ซึ่งพระอรหัตต์อันอุดมที่พึงถึง เป็นบุญเขตที่ยอดเยี่ยม จึงชื่อว่าเป็นบุรุษ
สูงสุด เป็นบรมบุรุษด้วยอรรถนั้นแหละ คือเป็นผู้ถึงความบรรลุปรมัตถะ
เพราะเป็นผู้ถึงการได้เฉพาะซึ่งอมตะ เพื่อเข้าสมาบัติอันยอดเยี่ยม.
อีกอย่างหนึ่ง อาจารย์พวกหนึ่งพรรณนาอย่างนี้ว่า เป็นอุดมบุรุษ
ด้วยสามารถรู้ดีถึงโทษในการครองเรือนแล้วจึงเข้าศาสนา เป็นบรมบุรุษ
ด้วยสามารถรู้ดีถึงโทษในอัตภาพแล้วจึงเข้าวิปัสสนา คือ รู้ดีถึงโทษใน
กิเลสจึงเข้าสู่อริยภูมิ เป็นผู้ถึงความบรรลุปรมัตถะ.
บทว่า เนว อาจินาติ ความว่า ไม่เพิ่มวิบากแห่งกุศลและ
อกุศลเหล่านั้น เพราะละกุศลและอกุศลได้แล้ว.
บทว่า น อปจินาติ ความว่า มิได้กำจัด เพราะตั้งอยู่ในผลแล้ว.
บทว่า อปจินิตฺวา ิโต ความว่า ยังหยาดแห่งกิเลสทั้งหลายให้
แห้งตั้งอยู่แล้ว เพราะตั้งอยู่ในการละด้วยสงบระงับ.
บทว่า เนว ปชหติ ความว่า มิได้ละกิเลสทั้งหลาย เพราะไม่มี
กิเลสที่จะต้องละ.
บทว่า น อุปาทิยติ ความว่า มิได้ถือเอาด้วยตัณหามานะทิฏฐิ
เหล่านั้น เพราะไม่มีสิ่งที่จะพึงถือเอาด้วยตัณหามานะทิฏฐิ.
บทว่า ปชหิตฺวา ิโต ความว่า ละแล้วจึงตั้งอยู่.
บทว่า เนว วิสิเนติ ความว่า มิได้เย็บด้วยสามารถแห่งตัณหา.
บทว่า น อุสฺสิเนติ ความว่า มิได้ยกขึ้นด้วยสามารถแห่งมานะ.
บทว่า วิสิเนตฺวา ิโต ความว่า มิได้กระทำการเย็บด้วยตัณหา
ตั้งอยู่ อาจารย์พวกหนึ่งพรรณนาอย่างนี้ด้วยประการฉะนี้.