Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 189

เล่ม มมร. 65 หน้า 189 ข้อ 32
สามารถแห่งความเห็น เป็นผู้ฟุ้งซ่านย่อมดังอยู่ด้วยสามารถแห่งความฟุ้ง- ซ่าน เป็นผู้ไม่แน่นอน ย่อมตั้งอยู่ด้วยสามารถแห่งความสงสัย เป็นผู้ ถึงความมั่นคงย่อมตั้งอยู่ด้วยสามารถแห่งกิเลสที่นอนเนื่อง เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า นรชนเมื่อตั้งอยู่ แม้ด้วยประการอย่างนี้. สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า :- ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย รูป ที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุ ที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ น่ารัก ประกอบ ด้วยกาม เป็นที่ดังแห่งความกำหนัด มีอยู่ หากว่าภิกษุเพลิดเพลินชมเชย ยึดถือรูปนั้น ตั้งอยู่. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เสียงที่พึงรู้แจ้งด้วยโสต........ กลิ่นที่พึงรู้แจ้งด้วยฆานะ........รสที่พึงรู้แจ้งด้วยชิวหา........โผฏฐัพพะที่พึง รู้แจ้งด้วยกาย........ธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยมโน ที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่า พอใจ น่ารัก ประกอบด้วยกาม เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด มีอยู่ หาก ภิกษุเพลิดเพลินชมเชยยึดถือธรรมนั้น ตั้งอยู่ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า นรชนเมื่อตั้งอยู่ แม้ด้วยประการอย่างนี้. สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า :- ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย วิญ ญาณที่เข้าถึงรูป เมื่อตั้งอยู่ ย่อมมีรูปเป็นอารมณ์ มีรูปเป็นที่ตั้ง ซ่องเสพ ความเพลิดเพลิน ตั้งอยู่ ย่อมถึงความเจริญงอกงามไพบูลย์. ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย วิญญาณที่เข้าถึงเวทนา....วิญญาณที่เข้าถึงสัญญา....หรือวิญญาณที่ เข้าถึงสังขาร เมื่อตั้งอยู่ ย่อมมีสังขารเป็นอารมณ์ มีสังขารเป็นที่ตั้ง ซ่อง เสพความเพลิดเพลิน ตั้งอยู่ ย่อมถึงความเจริญงอกงามไพบูลย์ เพราะ ฉะนั้น จึงชื่อว่า นรชนเมื่อตั้งอยู่ แม้ด้วยประการอย่างนี้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka