Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 202

เล่ม มมร. 65 หน้า 202 ข้อ 38
วิญญาณเป็นของพัวพันด้วยฉันทราคะในอารมณ์นั้นว่า ในอดีตกาล เราได้มีโสตะดังนี้ มีเสียงดังนี้....ในอดีตกาล เราได้มีฆานะดังนี้ มีกลิ่นดังนี้... ในอดีตกาลเราได้มีชิวหาดังนี้ มีรสดังนี้...ในอดีตกาล เราได้มีกายดังนี้ มีโผฏฐัพพะดังนี้ ... ในอดีตกาล เราได้มีใจดังนี้ มีธรรมดังนี้ เพราะวิญญาณ เป็นของพัวพันด้วยฉันทราคะ บุคคลนั้นจึงเพลิดเพลินอารมณ์นั้น เมื่อ เพลิดเพลินอารมณ์นั้น จึงชื่อว่า ย่อมกระทำความมุ่งหวังในข้างหน้า แม้ด้วยประการอย่างนี้. อีกอย่างหนึ่ง บุคคลย่อมยินดี มุ่งหวัง ถึงความปลื้มใจด้วยการ หัวเราะ การเจรจา การเล่นกับมาตุคามในกาลก่อนบุคคลจึงชื่อว่า ย่อม กระทำความมุ่งหวังในข้างหน้า แม้ด้วยประการอย่างนี้. บุคคลทำความมุ่งหวังในข้างหลังอย่างไร ? คือ บุคคลตามระลึก ถึงความเพลิดเพลินในอารมณ์นั้นว่า ในอนาคตกาล เราพึงมีรูปอย่างนี้ เวทนาอย่างนี้ สัญญาอย่างนี้ สังขารอย่างนี้ วิญญาณอย่างนี้ บุคคล ชื่อว่าทำความมุ่งหวังในข้างหลัง แม้ด้วยประการอย่างนี้. อีกอย่างหนึ่ง บุคคลตั้งจิตเพื่อจะได้อารมณ์ที่ยังไม่ได้ว่า ในอนาคต กาล เราพึงมีจักษุดังนี้ มีรูปดังนี้ เพราะเหตุแห่งการตั้งจิตไว้ บุคคลนั้น จึงเพลิดเพลินอารมณ์นั้น เมื่อเพลิดเพลินอารมณ์นั้น จึงชื่อว่า ย่อมกระทำ ความมุ่งหวังในข้างหลัง แม้ด้วยประการอย่างนี้. บุคคลตั้งจิตเพื่อจะได้อารมณ์ที่ไม่ได้ว่า ในอนาคตกาลเราพึงมิโสตะ ดังนี้ มีเสียงดังนี้....ในอนาคตกาล เราพึงมีฆานะดังนี้ มีกลิ่นดังนี้.....ใน อนาคตกาลเราพึงมีชิวหาดังนี้ มีรสดังนี้....ในอนาคตกาลเราพึงมีกายดังนี้
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka