Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 213

เล่ม มมร. 65 หน้า 213 ข้อ 49
เป็นอนาคต ย่อมไม่เป็นอยู่ ไม่เป็นอยู่แล้ว ชีวิตย่อมเป็นอยู่ในขณะจิต เป็นปัจจุบัน ไม่เป็นอยู่แล้ว จักไม่เป็นอยู่. สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า :- ชีวิต อัตภาพ สุขและทุกข์ทั้งมวลเป็นธรรมประ- กอบกัน เสมอด้วยจิตดวงเดียว ขณะย่อมเป็นไปพลัน เทวดาเหล่าใด ย่อมตั้งอยู่ตลอดแปดหมื่นสี่พันกัปเทวดา เหล่านั้น ย่อมไม่เป็นผู้ประกอบด้วยจิต ๒ ดวงเป็นอยู่เลย ขันธ์เหล่าใดของสัตว์ผู้ตาย หรือของสัตว์ที่เป็นอยู่ในโลก นี้ดับแล้ว ขันธ์เหล่านั้นทั้งปวงเที่ยวเป็นเช่นเดียวกันดับไป แล้ว มิได้สืบเนื่องกัน ขันธ์เหล่าใด แตกไปแล้วในอดีต เป็นลำดับ และขันธ์เหล่าใดแตกไปแล้วในอนาคตเป็น ลำดับ ความแปลกกันแห่งขันธ์ทั้งหลายที่ดับไปในปัจจุบัน กับด้วยขันธ์เหล่านั้น ย่อมมิได้มีในลักษณะสัตว์ไม่เกิดแล้ว ด้วยอนาคตขันธ์ ย่อมเป็นอยู่ด้วยปัจจุบันขันธ์ สัตว์โลกตาย แล้ว เพราะความแตกแห่งจิตนี้เป็นบัญญัติทางปรมัตถ์ ขันธ์ทั้งหลายแปรไปโดยฉันทะ ย่อมเป็นไปดุจน้ำไหลไป ตามที่ลุ่มฉะนั้น ย่อมเป็นไปตามวาระอันไม่ขาดสาย เพราะ อายตนะ ๖ เป็นปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายแตกแล้วมิได้ถึงความ ตั้งอยู่ กองขันธ์มิได้มีในอนาคต ขันธ์ทั้งหลายที่เกิดแล้ว ย่อมตั้งอยู่ เหมือนเมล็ดพันธุ์ผักกาดทั้งอยู่บนปลายเหล็ก แหลมฉะนั้น ก็ความแตกแห่งธรรมขันธ์ทั้งหลายที่เกิดแล้ว
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka