Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 250

เล่ม มมร. 65 หน้า 250 ข้อ 69
ลอมฟางใหญ่ทำที่อยู่คล้ายที่เร้นที่เงื้อมเขา แม้เอาฟางใส่ข้างบนกอไม้พุ่มไม้ เป็นต้น นั่งกระทำสมณธรรมอยู่ภายใต้. คำเป็นต้นว่า และเป็นผู้สงัด ด้วยกายอยู่ดังนี้ ท่านกล่าวหมายเอาเสนาสนะนั้นทั้งหมด มีอธิบายว่า ภิกษุรูปหนึ่งอธิษฐานจงกรมให้เป็นไป. บทว่า อิริยติ ได้แก่ ให้อิริยาบถเป็นไป. บทว่า วตฺตติ ได้แก่ ยังความเป็นไปแห่งอิริยาบถให้เกิดขึ้น. บทว่า ปาเลติ ได้แก่ รักษาอิริยาบถ. บทว่า ยเปติ ได้แก่ เป็นไป. บทว่า ยาเปติ ได้แก่ ให้เป็นไป. บทว่า ปมชฺฌานํ สมาปนฺนสฺส ได้แก่ ผู้มีความพร้อมเพรียง ด้วยฌานกุศล. บทว่า นีวรเณหิ จิตฺตํ วิวิตฺตํ ความว่า ท่านกล่าวว่า ภิกษุ ผู้บรรลุปฐมฌานมีจิตสงัดจากนิวรณ์ ดังนี้ เพื่อแสดงว่า จิตแม้สงัดจาก นิวรณ์ด้วยอุปจาระ ก็ชื่อว่าสงัดด้วยดีภายในอัปปนา. บทว่า ภิกษุผู้บรรลุทุติยฌาณ ตติยฌาณ จตุตถฌาน มีจิตสงัด จากวิตก วิจาร ปีติ สุขและทุกข์ มีนัยนี้เหมือนกัน. บทว่า รูปสญฺาย ได้แก่ สัญญาในรูปฌาน ๑๕ ด้วยสามารถ กุศลวิบากและกิริยา. บทว่า ปฏิฆสญฺาย ได้แก่ ปฏิฆสัญญา กล่าวคือทวิปัญจวิญ- ญาณ ๑๐ ด้วยสามารถกุศลวิบากและอกุศลวิบาก ที่เกิดขึ้นเพราะจักษุกับ รูปเป็นต้นกระทบกัน.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka