Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 257

เล่ม มมร. 65 หน้า 257 ข้อ 69
บทว่า อรูปราคา ได้แก่ ฉันทราคะในอรูปภพ. บทว่า มานา ได้แก่ มานะ ที่ฆ่าได้ด้วยอรหัตมรรคนั่นแล, อุทธัจจะ อวิชชา และมานานุสัยเป็นต้น ก็ฆ่าได้ด้วยอรหัตมรรคเหมือน กัน. บรรดากิเลสเหล่านั้นมานะมีลักษณะพอง อุทธัจจะมีลักษณะไม่สงบ อวิชชามีลักษณะมืด ภวราคานุสัยเป็นไปด้วยสามารถรูปราคะและอรูปราคะ. บทว่า ตเทกฏฺเหิ จ ได้แก่ และจากกิเลสทั้งหลายที่ตั้งอยู่ร่วม กันเหล่านั้น. บทว่า พหิทฺธา จ สพฺพนมิตฺเตหิ ความว่า มรรคจิตย่อมสงัด คือเว้น ไม่ขวนขวาย ผลจิตไม่ประกอบ คือไม่ขวนขวายจากสังขารนิมิต ทั้งปวง ที่ถึงการนับว่า ภายนอก คือพ้นภายในเป็นไปภายนอก เพราะ อาศัยอกุศลขันธ์ภายในจิตสันดาน. ในอนุสัยเหล่านั้น พึงทราบความ ไม่มีแห่งอนุสัยโดยลำดับ ๒ อย่าง คือลำดับ กิเลสและลำดับมรรค ก็โดยลำดับกิเลส กามราคานุสัยและปฏิฆา- นุสัยด้วยมรรคที่ ๓, มานานุสัยไม่มีด้วยมรรคที่ ๔, ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉา- นุสัยไม่มีด้วยมรรคที่ ๑, ภวราคานุสัยและอวิชชานุสัยไม่มีด้วยมรรคที่ ๔ นั่นแล. ส่วนโดยลำดับมรรคทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยไม่มีด้วยมรรคที่ ๑, กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยเบาบางด้วยมรรคที่ ๒, ไม่มีโดยประการ ทั้งปวงด้วยมรรคที่ ๓, มานานุสัย ภวราคานุสัย และอวิชชานุสัยไม่มี ด้วยมรรคที่ ๔. บทว่า จิตฺตวิเวโก ความว่า ความที่มหัคคตจิตแลโลกุตตรจิตว่าง คือเปล่าจากกิเลสทั้งหลาย.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka