บทว่า เอตฺถ กฺยาหํ ความว่า ในเรื่องเหล่านี้ เราจะทำอะไร
อย่างไรได้.
บทว่า มคฺคกฺขายี ได้แก่ ผู้บอกทางปฏิบัติ.
บทว่า อาจิกฺขติ แปลว่า นอก.
บทว่า อตฺตนา ปฏิปชฺชมานา มุญฺเจยฺยุํ ความว่า ผู้ปฏิบัติ
อยู่พึงหลุดพ้นเอง.
บทว่า อตีตํ อุปาทาย ได้แก่ อาศัยอดีต.
บทว่า กถํ ปุเร อเปกฺขํ กโรติ ความว่า กระทำการเห็นคือ
การแลดู ด้วยประการไร.
บทว่า เอวรูโป อโหสึ ความว่า เราได้มีชาติอย่างนี้ มีรูป
อย่างนี้ คือ สูง ต่ำ ผอม อ้วน เป็นต้น.
บทว่า ตตฺถ นนฺทึ สมนฺนาเนติ ความว่า นำมา คือนำเข้า
มาโดยชอบซึ่งตัณหาในรูปารมณ์นั้น. แม้ใน เวทนา เป็นต้นก็นัยนี้
แหละ.
เมื่อจะแสดงความเกิดขึ้นแห่งตัณหาด้วยสามารถวัตถุและอารมณ์
พระสารีบุตรเถระจึงกล่าวคำว่า อิติ เม จกฺขุ เป็นต้น.
บทว่า อิติ รูปา ได้แก่ มีรูปอย่างนี้.
บทว่า ตตฺถ ฉนฺทราคปฏิพทฺธํ ความว่า ฉันทะกล่าวคือที่มี
กำลังอ่อน และราคะกล่าวคือมีกำลังแรงในจักษุและรูปเหล่านั้น พัวพัน
คือติดแน่นด้วยฉันทราคะนั้น.
บทว่า วิญฺาณํ ได้แก่ ชวนจิต.