ก็พระสารีบุตรเถระแสดงองค์แห่งการละของปฐมฌานด้วยคำมีประ-
มาณเท่านี้แล้ว บัดนี้เพื่อจะแสดงองค์แห่งการประกอบ จึงกล่าวคำเป็น
ต้นว่า สวิตกฺกํ สวิจารํ ดังนี้.
บรรดาวิตกและวิจารเหล่านั้น วิตกมีลักษณะยกจิตขึ้นสู่อารมณ์
วิจารมีลักษณะประคองจิตไว้ในอารมณ์ วิตกและวิจารเหล่านั้น แม้เมื่อ
ไม่แยกกันในอารมณ์อะไร ๆ วิตกเข้าถึงจิตก่อนด้วยอรรถว่าหยาบและเป็น
ธรรมชาติถึงก่อน ดุจการเคาะระฆัง. วิจารตามพัวพันด้วยอรรถว่าละเอียด
และด้วยสภาพตามเคล้า ดุจเสียงครางของระฆัง.
ก็วิตกมีการแผ่ไปในอารมณ์นี้ เป็นความไหวของจิตในเวลาที่เกิด
ขึ้นครั้งแรก ดุจการกระพือปีกของนกที่ต้องการจะบินไปในอากาศ และ
ดุจการโผลงตรงดอกปทุมของภมรที่มีใจผูกพันอยู่ในกลิ่น, วิจารมีความ
เป็นไปสงบ ไม่เป็นความไหวเกินไปของจิต ดุจการกางปีกของนกที่ร่อน
อยู่ในอากาศ และดุจการหมุนของภมรที่โผลงตรงดอกปทุม ในเบื้องบน
ของดอกปทุม.
แต่ในอรรถกถาทุกนิบาตท่านกล่าวว่า วิตกเป็นไปด้วยภาวะติดไป
กับจิตในอารมณ์ เหมือนเมื่อนกใหญ่บินไปในอากาศ ปีกทั้งสองจับลม
แล้วก็หยุดกระพือปีกไปฉะนั้น. วิจารเป็นไปด้วยภาวะตามเคล้า เหมือน
การบินไปของนกที่กระพือปีกเพื่อให้จับลมฉะนั้น. คำนั้น ย่อมควรในการ
เป็นไปด้วยการตามพัวพัน. ก็ความแปลกของวิตกวิจารเหล่านั้น ย่อม
ปรากฏในปฐมฌานและทุติยฌาน.