Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 314

เล่ม มมร. 65 หน้า 314 ข้อ 69
วิตกและวิจาร. เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวฌานนี้เท่านั้นว่า สมาธิชํ เพื่อ กล่าวสรรเสริญฌานนี้. บทว่า ปีติสุขํ นี้มีนัยดังกล่าวแล้วนั้นแล. บทว่า ทุติยํ ได้แก่ ที่ ๒ โดยลำดับการนับ. ชื่อว่า ทุติยะ เพราะอรรถว่า ฌานนี้เกิดเป็นที่ ๒ ดังนี้ก็มี. บทว่า ปีติยา จ วิราคา ความว่า ความเกลียดชังก็ดี ความก้าว ล่วงก็ดี ซึ่งปีติมีประการดังกล่าวแล้ว ชื่อว่า วิราคะ. ก็ จ ศัพท์ระหว่าง บททั้ง ๒ มีอรรถว่าประมวล. จ ศัพท์นั้นย่อมประมวลซึ่งความสงบหรือ ซึ่งความสงบแห่งวิตกและวิจาร, ในบทนั้น จ ศัพท์ย่อมประมวลความสงบ นั่นแล ในกาลใด ในกาลนั้นพึงทราบการประกอบความอย่างนี้ว่า เพราะ ปีติสิ้นไปด้วยเพราะสงบอะไร ๆ อย่างยิ่งด้วย. ก็ด้วยความประกอบนี้ วิ- ราคะ ย่อมมีความเกลียดชัง, เพราะฉะนั้น พึงเห็นความดังนี้ว่า เพราะ เกลียดชัง ปีติด้วยเพราะก้าวล่วงปีติด้วย. ก็ จ ศัพท์ย่อมประมวลซึ่งความ สงบแห่งวิตกและวิจาร ในกาลใด ในกาลนั้นพึงทราบการประกอบความ อย่างนี้ว่า เพราะปีติสิ้นไปด้วย เพราะวิตกและวิจารอะไร ๆ สงบไปอย่าง ยิ่งด้วย. ก็ด้วยการประกอบความนี้ วิราคะย่อมมีความว่าก้าวล่วง เพราะ ฉะนั้น พึงเห็นความดังนี้ว่า เพราะก้าวล่วงปีติด้วย เพราะวิตกและวิจาร สงบไปด้วย. ก็วิตกและวิจารเหล่านี้สงบแล้วในทุติยฌานนั้นแล ก็จริง ถึงอย่าง นั้นท่านก็กล่าวบทนี้ เพื่อแสดงมรรคของฌานนี้ และเพื่อกล่าวสรรเสริญ ฌานนี้. ถามว่า ก็เมื่อกล่าวว่า เพราะวิตกและวิจารสงบไปดังนี้ ฌานนี้
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka