Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 323

เล่ม มมร. 65 หน้า 323 ข้อ 69
ละได้ในอุปจาระแห่งทุติยฌานในเพราะการละต่าง ๆ นั้นแล เพราะเมื่อมี ความลำบากกาย และความเดือนร้อนใจซึ่งมีวิตกวิจารเป็นปัจจัย โทมนัส- สินทรีย์นั้นย่อมเกิดขึ้น และจะเกิดขึ้นไม่ได้ในเพราะไม่มีวิตกวิจาร. อนึ่ง ยังละวิตกวิจารในอุปจาระแห่งทุติยฌานไม่ได้เลย ดังนั้น โทมนัสสินทรีย์นั้น พึงเกิดขึ้นในทุติยฌานนั้น เพราะยังละปัจจัยไม่ได้. แต่ในทุติยฌานนั้น ไม่ใช่อย่างนั้น เพราะละปัจจัยได้ สุขินทรีย์แม้ที่ละได้ในอุปจาระแห่ง ตติยฌาน ก็อย่างนั้นพึงเกิดขึ้นแก่กายที่มีปีติเป็นสมุฏฐานและรูปอันประณีต ถูกต้องแล้ว แต่ในตติยฌานไม่ใช่อย่างนั้น. ด้วยว่า ปีติที่เป็นปัจจัยแก่สุขในตติยฌาน ดับโดยประการทั้งปวง แล. โสมนัสสินทรีย์แม้ที่ละได้ในอุปจาระแห่งจตุตถฌานก็อย่างนั้น พึง เกิดขึ้นเพราะใกล้ และเพราะไม่ก้าวล่วงแล้วโดยชอบ เพราะไม่มีอุเบกขา ที่ถึงอัปปนา แต่ในจตุตถฌานไม่ใช่อย่างนั้น. ก็เพราะฉะนั้นแล ทุกขินทรีย์ที่เกิดขึ้นในจตุตถฌานนี้จึงดับไม่เหลือ ดังนั้น ท่านจึงกระทำการถือเอาว่าไม่เหลือไว้ในฌานนั้น ๆ แล. ในเรื่องนี้ มีผู้ท้วงว่าเมื่อเป็นอย่างนั้น เวทนาเหล่านี้ แม้ละได้แล้วในอุปจาระแห่ง ฌานนั้น ๆ เหตุไรจึงนำมารวมไว้ในที่นี้ แก้ว่า เพื่อถือเอาสะดวก. ก็อทุกขมสุขเวทนาที่ท่านกล่าวว่า อทุกฺขมสุขํ นี้ใด อทุกขมสุข เวทนานั้นสุขุม รู้แจ้งได้ยาก ใคร ๆ ไม่อาจจะถือเอาโดยสะดวก. เพราะ ฉะนั้น จึงนำเวทนาเหล่านี้ทั้งหมดมารวมไว้ เพื่อถือเอาสะดวก เหมือน คนเลี้ยงโคนำโคทั้งหมดมารวมไว้ในดอกแห่งหนึ่ง เพื่อจะจับโคดุที่ใคร ๆ ไม่อาจจะเข้าไปจับได้ด้วยวิธีไร ๆ ครั้นแล้วเอานำโคออกทีละตัว ให้คน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka