Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 346

เล่ม มมร. 65 หน้า 346 ข้อ 69
ขณะแห่งชีวิตของสัตว์ทั้งหลายน้อยเหลือเกิน เพียงเป็นไปชั่วขณะจิตเดียว เท่านั้น ล้อรถเมื่อหมุนก็หมุนด้วยประเทศแห่งดุมอย่างเดียวเท่านั้น, เมื่อ ตั้งอยู่ก็ตั้งอยู่ด้วยประเทศแห่งดุมอย่างเดียวนั่นแหละ ฉันใดชีวิตของสัตว์ ทั้งหลายนั้น เป็นไปชั่วขณะจิตเดียว ฉันนั้น พอจิตดวงนั้นดับ ท่านเรียก สัตว์ว่า ดับ คือ ตาย. บทว่า ธีรา ได้แก่ นักปราชญ์ ธีรา อีกบท ๑ ได้แก่ บัณฑิต. บทว่า ธิติมา ความว่า ชื่อว่า ธิติมา เพราะอรรถว่า มีปัญญา เป็นเครื่องทรง. บทว่า ธิติสมฺปนฺนา ความว่า ผู้ประกอบด้วยความเป็นบัณฑิต. บทว่า ธิกฺกิตปาปา ความว่า ผู้ติเตียนบาป. เพื่อจะแสดงปริยาย ของบทนั้นนั่นแล พระสารีบุตรเถระจึงกล่าวว่า ธี วุจฺจติ ปญฺา ปัญญาเรียกว่า ธี ดังนี้ เป็นต้น. บรรดาบทเหล่านั้น ชื่อว่า ปัญญา เพราะอรรถว่า รู้ทั่ว, รู้ทั่ว อะไร ? รู้ทั่วอริยสัจทั้งหลาย โดยนัยว่า นี้ทุกข์ เป็นต้น. แต่ในอรรถกถา ท่านกล่าวว่า ปัญญา ด้วยสามารถประกาศให้รู้ทั่ว ประกาศให้รู้ทั่วว่า อย่างไร ? ประกาศให้รู้ทั่วว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา. ปัญญานั้น ชื่อว่า อินทรีย์ ด้วยอรรถว่า เป็นใหญ่ เพราะครอบงำอวิชชาเสียได้. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า อินทรีย์ เพราะอรรถว่า ให้กระทำความเป็น ใหญ่ ในลักษณะที่ปรากฏ. อินทรีย์คือปัญญา ชื่อว่า ปัญญินทรีย์. ก็ปัญญานี้นั้นมีความสว่างเป็นลักษณะ และมีความรู้ทั่วเป็น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka