Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 380

เล่ม มมร. 65 หน้า 380 ข้อ 69
ทุกอย่างไว้ได้, มีการกระทำนิมิตซึ่งเป็นปัจจัยแห่งความจำได้อีกเป็นรส เหมือนช่างถากเป็นต้นทำเครื่องหมายไว้ที่ไม้เป็นต้น. มีการกระทำความยึด มั่นเป็นปัจจุปปัฏฐาน ด้วยสามารถนิมิตตามที่ยึดถือไว้ เหมือนคนตา บอดดูช้าง, หรือมีความตั้งอยู่ไม่นานเป็นปัจจุปปัฏฐาน เพราะมีความ เป็นไปไม่หยั่งลงในอารมณ์ เหมือนฟ้าแลบ, มีอารมณ์ตามที่เข้าไปตั้งมั่น แล้วเป็น ปทัฏฐาน เหมือนความจำว่าบุรุษ ของเหล่าลูกเนื้อน้อย ๆ ที่ เกิดขึ้นในหมู่คนเลี้ยงหญ้าฉะนั้น. ก็สัญญาใดสัมปยุตด้วยญาณในที่นี้, สัญญานั้นย่อมเป็นไปตามญาณ นั่นแล ธรรมที่เหลือในปถพีที่เป็นไปกับด้วยสัมภาระเป็นต้น พึงทราบว่า เหมือนปฐพีเป็นต้น. สัญญาที่ปฏิสังยุตด้วยกาม ชื่อกามสัญญา, สัญญาที่ปฏิสังยุตด้วย พยาบาท ชื่อพยาปนาทสัญญา สัญญาที่ปฏิสังยุตด้วยวิหิงสา ชื่อวิหิงสา สัญญา. บรรดาสัญญาเหล่านั้นสัญญา ๒ ย่อมเกิดขึ้นทั้งในสัตว์ทั้งในสังขารทั้ง หลาย, ก็กามสัญญาย่อมเกิดขึ้นแก่ผู้ตรึกถึงสัตว์หรือสังขารทั้งหลายซึ่งเป็น ที่รักที่ชอบใจ, พยาปาทสัญญาเกิดขึ้นทั้งแต่เวลาโกรธแลดูสัตว์หรือสังขาร ทั้งหลายซึ่งไม่เป็นที่รักไม่เป็นที่ชอบใจ จนถึงพินาศไป, วิหิงสาสัญญาไม่ เกิดขึ้นในสังขารทั้งหลาย ด้วยว่าสังขารที่ชื่อว่าให้ถึงทุกข์ไม่มี แต่เกิดขึ้น ในสัตว์ทั้งหลาย ในเวลาคิดว่าสัตว์เหล่านี้จงฆ่ากัน จงขาดสูญ จงพินาศ หรืออย่าได้มี ดังนี้, สัญญาที่ปฏิสังยุตด้วยเนกขัมมะชื่อเนกขัมมสัญญา เนกขัมมสัญญานั้นเป็นกามาวจรในกาลเป็นส่วนเบื้องต้นแห่งอสุภ เป็น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka