Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 387

เล่ม มมร. 65 หน้า 387 ข้อ 69
บทว่า อาหุสพฺพปฺปทายินํ ความว่า บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า เป็น ผู้ละกิเลสทั้งปวงเพราะละกิเลสทั้งปวงตั้งอยู่. ในคาถาที่ ๒ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :- บทว่า นินฺหาตปาปกํ ความ ว่าบัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่าเป็นผู้มีบาปอันล้างเสียแล้ว เพราะเป็นผู้ล้างคือ ชำระบาปทั้งปวง ที่เกิดขึ้นในอายตนะแม้ทั้งปวงกล่าวคือ ภายในและภาย นอก ด้วยสามารถอารมณ์ภายในและภายนอก ด้วยมรรคญาณตั้งอยู่แล้ว พึงเห็นเนื้อความอย่างนี้ ด้วยประการฉะนี้. มุนีผู้อยู่ครองเรือน ชื่ออคารมุนี, มุนีผู้เข้าบรรพชา ชื่ออนาคาร มุนี. พระเสขะ ๗ ชื่อเสขมุนี, พระอรหันต์ทั้งหลาย ชื่ออเสขมุนี, พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย ชื่อปัจเจกมุนี. พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย ชื่อมุนิมุนี. พระสารีบุตรเถระกล่าวว่า กตเม อคารมุนิโน อีกด้วยสามารถ แห่งการถามเพื่อใคร่จะตอบ. บทว่า อคาริกา ได้แก่ผู้ขวนขวายในการงานของผู้ครองเรือนมี กสิกรรมและโครักขกรรมเป็นต้น. บทว่า ทิฏฺปทา ได้แก่ ผู้มีนิพพานอันเห็นแล้ว. บทว่า วิญฺาตสาสนา ความว่า ชื่อว่ามีคำสอนอันรู้แจ้งแล้ว เพราะอรรถว่ามีคำสอนคือไตรสิกขาอันรู้แจ้งแล้ว. บทว่า อนาคารา ความว่า บรรพชิตทั้งหลาย ท่านเรียกว่า อนาคารมุนี เพราะอรรถว่า ไม่มีการงานของผู้ครองเรือนมีกสิกรรมและ โครักขกรรมเป็นต้น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka