เหมือนอย่างว่า คนพาลที่สำคัญคนว่าเป็นบัณฑิตบางพวกในโลก
กระทำบาปในที่ลับเพราะกลัวถูกตำหนิ ฉันใด พระตถาคตนี้ไม่กระทำ
บาปฉันนั้นในกาลไหน เหตุนั้นจึงทรงพระนามว่า อรหันต์ แม้เพราะไม่
มีที่ลับในการทำบาป.
เพราะที่ลับในการทำกรรมชั่ว ไม่มีแก่พระตถาคตผู้
คงที่ ฉะนั้นพระตถาคตนี้จึงปรากฏพระนามว่า อรหันต์
เพราะไม่มีที่ลับ.
แม้ในที่ทั้งปวงก็กล่าวไว้อย่างนี้ว่า :-
เพราะทรงไกลจากข้าศึกคือกิเลส และเพราะทรงกำ
จัดข้าศึกคือกิเลสเสียแล้ว พระมุนีนั้นทรงหักกำแห่งสัง-
สารจักรได้แล้ว เป็นผู้ควรแก่ปัจจัยเป็นต้น ไม่ทรงกระทำ
บาปทั้งหลายในที่ลับ เหตุนั้นจึงทรงพระนามว่า อรหันต์.
ก็พระพุทธเจ้าทั้งปวง เป็นผู้สม่ำเสมอกันแม้ด้วยคุณคือความเป็น
พระอรหันต์ ฉะนั้นพระสารีบุตรเถระจึงกล่าวว่า อรหนฺโต ด้วยสามารถ
แห่งพระพุทธเจ้าแม้ทั้งปวง.
บทว่า สมฺมาสมฺพุทฺธา ความว่า ชื่อว่าสัมมาสัมพุทธะ เพราะ
ตรัสรู้ธรรมทั้งปวงโดยชอบและด้วยพระองค์เอง. จริงอย่างนั้น พระตถา-
คตนี้ ตรัสรู้โดยชอบและด้วยพระองค์เองซึ่งธรรมทั้งปวง คือซึ่งธรรมที่
ควรรู้ยิ่ง โดยความเป็นธรรมที่ควรรู้ยิ่ง, ซึ่งธรรมที่ควรกำหนดรู้ โดย
ความเป็นธรรมที่ควรกำหนดรู้, ซึ่งธรรมที่ควรละ โดยความเป็นธรรมที่
ควรละ, ซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้ง โดยความเป็นธรรมที่ควรทำให้แจ้ง,