Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 437

เล่ม มมร. 65 หน้า 437 ข้อ 102
ว่าด้วยมารยาและมานะ [๑๐๒] คำว่า บุคคลผู้มีปัญญาละมารยาและมานะได้แล้ว มีความว่า ความประพฤติลวง เรียกว่า มารยา. บุคคลบางคนในโลก นี้ประพฤติทุจริตด้วยกาย ประพฤติทุจริตด้วยวาจา ประพฤติทุจริตด้วยใจ แล้ว ย่อมตั้งความปรารถนาอันลามก เพราะเหตุจะปกปิดทุจริตนั้น คือ ย่อมปรารถนาว่า ใคร ๆ อย่ารู้เรา ดำริว่า ใคร ๆ อย่ารู้เรา กล่าววาจา ว่า ใคร ๆ อย่ารู้เรา ย่อมพยายามด้วยกายว่า ใคร ๆ อย่ารู้เรา ความ ลวง ความเป็นผู้มีความลวง ความไม่นึกถึง ความอำพราง ความปลอม ความปิดบัง ความหลีกเลี่ยง ความซ่อน ความซ่อนเร้น ความปิดความ ปกปิด ความไม่ทำให้ตื่น ความไม่เปิดเผย ความปิดด้วยดี ความการทำ ชั่ว เห็นปานนี้ นี้เรียกว่า ความลวง. คำว่า มานะ ได้แก่ ความถือตัวอย่าง คือ ความที่จิตใฝ่สูง. ความถือตัว ๒ อย่าง คือ ความยกตน, ความข่มผู้อื่น. ความถือตัว ๓ อย่าง คือ ความถือตัวว่า เราดีกว่าเขา, เราเสมอ เขา, เราเลวกว่าเขา. ความถือตัว ๔ อย่าง คือ บุคคลยังความถือตัวให้เกิดเพราะลาภ. ยังความถือตัวให้เกิดเพราะยศ, ยังความถือตัวให้เกิดเพราะความสรรเสริญ ยังความถือตัวให้เกิดเพราะความสุข. ความถือตัว ๕ อย่าง คือ บุคคลยังความถือตัวให้เกิดว่า เราได้ รูปที่ชอบใจ ยังความถือตัวให้เกิดว่า เราได้เสียงที่ชอบใจ, ยังความถือ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka