Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 463

เล่ม มมร. 65 หน้า 463 ข้อ 108
บทว่า พาลานํ ได้แก่ พวกมิใช่บัณฑิต. บทว่า อสปฺปุริสานํ ได้แก่ พวกมิใช่คนดี. บทว่า อตฺตา ได้แก่ ซึ่งตน. บทว่า สนฺโต ความว่า ชื่อว่าผู้สงบเพราะความเข้าไปสงบกิเลสมี ราคะเป็นต้น, ชื่อว่า ผู้ดับกิเลสในตนแล้ว ก็เหมือนกัน. บทว่า อิติหนฺติ สีเลสุ อกตฺถมาโน ความว่า ไม่อวดในศีล ทั้งหลาย โดยนัยเป็นต้นว่า ข้าพเจ้าเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีล ด้วยประการ ฉะนี้. ท่านอธิบายไว้ว่า ไม่กล่าววาจาโอ้อวดคนซึ่งเป็นนิสิตแห่งศีล. บทว่า ตมริยธมฺมํ กุสลา วทนฺติ ความว่า ผู้ฉลาดในขันธ์ เป็นต้น มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น ย่อมกล่าวความไม่อวดในศีลของภิกษุนั้นว่า นี้เป็นอริยธรรม. บทว่า ยสฺสุสฺสทา นตฺถิ กุหิญฺจิ โลเก ความว่า กิเลส ๗ ประการ มีราคะเป็นต้น เป็นเหตุฟูขึ้น มิได้มีแก่ภิกษุใด คือแก่พระขีณาสพ ในที่ไหน ๆ ในโลก. เชื่อมความว่าผู้ฉลาดทั้งหลายย่อมกล่าวความไม่อวด นั้นของภิกษุนั้น อย่างนี้ว่า นี้เป็น อริยธรรม. บทว่า สนฺโต เป็นบทเดิม. บทว่า ราคสฺส สมิตตฺตา ความว่า เพราะระงับราคะ ซึ่งมี ความกำหนัดเป็นลักษณะได้ แม้ในโทสะเป็นต้น ก็นัยนี้แหละ. บทว่า วิชฺฌาตตฺตา ความว่า เพราะเผากิเลสเครื่องเร่าร้อนทั้ง ปวงได้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka