Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 508

เล่ม มมร. 65 หน้า 508 ข้อ 132 133
เกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งปวงมีความดับไปเป็นธรรมดา. เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ส่วนบุคคลผู้มีความรู้ รู้ธรรมด้วยความรู้ทั้งหลาย. [๑๓๒] คำว่า เป็นผู้มีปัญญากว้างขวางดุจแผ่นดิน ย่อมไม่ ดำเนินผิด ๆ ถูก ๆ มีความว่า บุคคลผู้มีปัญญากว้างขวางดุจแผ่นดิน ย่อมไม่จากศาสดาต้นถึงศาสดาหลัง ไม่จากธรรมที่ศาสดาต้นบอกถึงธรรม ที่ศาสดาหลังบอก ไม่จากหมู่คณะต้นถึงหมู่คณะหลัง ไม่จากทิฏฐิต้นถึง ทิฏฐิหลัง ไม่จากปฏิปทาต้นถึงปฏิปทาหลัง ไม่จากมรรคต้นถึงมรรคหลัง คำว่า บุคคลผู้มีปัญญากว้างขวางดุจแผ่นดิน คือมีปัญญาใหญ่ มี ปัญญามาก มีปัญญาเป็นเครื่องรื่นเริง มีปัญญาไว มีปัญญาคมกล้า มี ปัญญาเป็นเครื่องทำลายกิเลส. แผ่นดิน ตรัสว่า ภูริ บุคคลประกอบด้วย ปัญญากว้างขวางแผ่ไปเสมอด้วยแผ่นดินนั้น. เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า บุคคล ผู้มีปัญญากว้างขวางดุจแผ่นดิน ย่อมไม่ดำเนินผิด ๆ ถูก ๆ เพราะเหตุนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า :- ชันตุชนสมาทานวัตรทั้งหลายเอง เป็นผู้ข้องใน สัญญา ย่อมดำเนินผิดๆ ถูกๆ ส่วนบุคคลผู้มีความรู้ รู้ ธรรมด้วยความรู้ทั้งหลาย เป็นผู้มีปัญญากว้างขวางดุจ แผ่นดิน ย่อมไม่ดำเนินผิด ๆ ถูก ๆ [๑๓๓] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า :- บุคคลผู้มีปัญญากว้างขวางดุจแผ่นดินนั้น เป็นผู้ กำจัดเสนาในธรรมทั้งปวง คือในรูปที่เห็น เสียงที่ได้ยิน หรืออารมณ์ที่ทราบอย่างใดอย่างหนึ่ง ใคร ฯ ในโลกนี้พึง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka