คือ ความทำไว้ในเบื้องหน้าด้วยตัณหา ๑ ความทำไว้ในเบื้องหน้าด้วย
ทิฏฐิ ๑ ฯลฯ นี้ชื่อว่าความทำไว้ในเบื้องหน้าด้วยตัณหา ฯลฯ นี้ชื่อว่าความ
ทำไว้ในเบื้องหน้าด้วยทิฏฐิ พระอรหันตขีณาสพทั้งหลายละความทำไว้ใน
เบื้องหน้าด้วยตัณหา สละคืนความทำไว้ในเบื้องหน้าด้วยทิฏฐิแล้ว เพราะ
เป็นผู้ละความทำไว้ในเบื้องหน้าด้วยตัณหา สละคืนความทำไว้ในเบื้องหน้า
ด้วยทิฏฐิแล้ว พระอรหันตขีณาสพเหล่านั้นจึงไม่กระทำตัณหาหรือทิฏฐิไว้
เบื้องหน้าเที่ยวไป คือเป็นผู้ไม่มีตัณหาเป็นธงชัย ไม่มีตัณหาเป็นธงยอด
ไม่มีตัณหาเป็นใหญ่ ไม่มีทิฏฐิเป็นธงชัย ไม่มีทิฏฐิเป็นธงยอด ไม่มีทิฏฐิ
เป็นใหญ่ จึงชื่อว่าเป็นผู้อันตัณหาและทิฏฐิ ไม่แวดล้อมเที่ยวไป เพราะ
ฉะนั้นจึงชื่อว่า พระอรหันตขีณาสพทั้งหลายย่อมไม่กำหนด ย่อม
ไม่ทำตัณหาและทิฏฐิไว้ในเบื้องหน้า.
[๑๗๘] คำว่า แม้ธรรมคือทิฏฐิทั้งหลายอันพระอรหันต์
เหล่านั้นไม่ปรารถนาเฉพาะแล้ว มีความว่าทิฏฐิ ๖๒ เรียกว่า ธรรม
คำว่า เหล่านั้นได้แก่ พระอรหันตขีณาสพเหล่านั้น คำว่าไม่ปรารถนา
เฉพาะแล้ว ความว่า ไม่ปรารถนาเฉพาะว่าโลกเที่ยง สิ่งนี้เท่านั้นจริง
สิ่งอื่นเป็นโมฆะ ไม่ปรารถนาเฉพาะว่า โลกไม่เที่ยง ฯลฯ สัตว์เบื้อง
หน้าแต่ตายแล้ว ย่อมเกิดอีกก็หามิได้ ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้ สิ่งนี้เท่า
นั้นจริง สิ่งอื่นเป็นโมฆะ เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า แม้ธรรมคือทิฏฐิ
ทั้งหลาย อันพระอรหันต์เหล่านั้น ไม่ปรารถนาเฉพาะแล้ว.
[๑๗๙] คำว่า พระอรหันต์ผู้เป็นพราหมณ์ อันใคร ๆ ไม่
พึงนำไปได้ด้วยศีลและพรต มีความว่า ศัพท์ว่า น เป็นปฏิเสธ.