Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 650

เล่ม มมร. 65 หน้า 650 ข้อ 223
บทว่า สามคฺคิยมาหุ ตสฺส ตํ โย อตฺตานํ ภวเน น ทสฺสเย ความว่า ภิกษุใดปฏิบัติอย่างนี้ ไม่พึงแสดงตนในภพต่างโดยนรกเป็นต้น บัณฑิตทั้งหลายกล่าวการไม่แสดงตนนั้นของภิกษุนั้นว่าสมควร. อธิบายว่า ด้วยว่าภิกษุนั้นพึงพ้นจากมรณะนี้ ด้วยอาการอย่างนี้. บทว่า ปฏิลีนจรา วุจฺจนฺติ ความว่า เรียกว่า ผู้ประพฤติโดย เอื้อเฟื้อซึ่งจิตละอายแต่อารมณ์นั้น ๆ. บทว่า สตฺต เสกฺขา ความว่า ชื่อว่า เสขบุคคล ๗ จำพวก ตั้งต้นแต่ผู้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติมรรค จนถึงผู้ตั้งอยู่ในอรหัตตมรรค เพราะ อรรถว่า ศึกษาในสิกขา ๓ มีอธิศีลสิกขาเป็นต้น. บทว่า อรหา ได้แก่ ผู้ตั้งอยู่ในอรหัตตผลนั้น. ผู้ตั้งอยู่ในอรหัตต- ผลนั้น ชื่อว่า หลีกเร้นเพราะเสร็จกิจแล้ว. พระสารีบุตรเถระเมื่อจะแสดงเหตุในความประพฤติหลีกเร้นของพระ เสขะทั้งหลาย จึงกล่าวว่า กึการณา เป็นต้น. บทว่า เต ตโต ตโต ความว่า พระเสขะ ๗ จำพวกเหล่านั้น ยังจิตให้หลีกเร้น จากอารมณ์นั้น ๆ. บทว่า จิตตํ ปฏิลีเนนฺตา ความว่า ยังจิตของตนให้หลีกเร้น. บทว่า ปฏิกุฏฺเฏนฺตา ความว่า ให้หด. บทว่า ปฏิวฏฺเฏฺนฺตา ความว่า ม้วนเหมือนเสื่อรำแพน. บทว่า สนฺนิรุทฺธนฺตา ความว่า กีดขวาง บทว่า สนฺนิคฺคณฺหนฺตา ความว่า ทำซึ่งการข่ม. บทว่า สนฺนิวาเรนฺตา ความว่า ห้าม.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka