บทว่า ตาย ปญฺาย กายทุจฺจริตํ ความว่า พระโยคีกำหนด
สิ่งที่ควรกำหนด ด้วยปัญญาอันเป็นสัมมาทิฏฐินั้น หรือด้วยปัญญาอันเป็น
ส่วนเบื้องต้นนั่นเอง กำจัดกายทุจริต ๓ อย่างด้วยสามารถแห่งการตัดขาด.
ก็บุคคลนี้เมื่อกำจัดวิปันนธรรมในเทศนาธรรมทั้งหลาย เป็นบุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยธุตธรรม จึงชื่อว่าย่อมกำจัด ก็ผู้ใช้ปัญญาเป็นเครื่องกำจัด
ธรรมเหล่านั้น เริ่มที่จะกำจัดในขณะที่เป็นปัจจุบันของตน ท่านเรียกว่า
ผู้กำจัด เหมือนคนที่เริ่มบริโภค เขาเรียกว่า ผู้บริโภค อนึ่ง พึงทราบ
ลักษณะโดยศัพท์ศาสตร์ในที่นี้.
บทว่า ธุตํ เป็นกัตตุสาธนะ กำจัดด้วยโสดาปัตติมรรค. ล้างด้วย
สกทาคามิมรรค. ชำระด้วยอนาคามิมรรค. ซักฟอกด้วยอรหัตตมรรค.
บทว่า โธโน ทิฏฺํ น มญฺติ ความว่า พระอรหันต์ย่อม
ไม่สำคัญรูปายตนะที่เห็นด้วยมังสจักษุก็ตาม ด้วยความสำคัญ ๓ อย่าง
อย่างไร ? พระอรหันต์ไม่เห็นรูปายตนะด้วยสุภสัญญาและสุขสัญญา. ย่อม
ไม่ยังฉันทราคะให้เกิดในรูปายตนะนั้น. ไม่ยินดี ไม่เพลิดเพลินรูปายตนะ
นั้น. พระอรหันต์ย่อมไม่สำคัญรูปที่เห็นด้วยความสำคัญด้วยตัณหา อย่างนี้.
ก็หรือว่าพระอรหันต์ไม่หวังความเพลิดเพลินในรูปายตนะนี้ว่า รูป
ของเราในอนาคตกาลพึงเป็นดังนี้ หรือเมื่อหวังรูปสมมติ ไม่ให้ทาน ไม่
สมาทานศีล ไม่กระทำอุโบสถกรรม พระอรหันต์ย่อมไม่สำคัญรูปที่เห็น
ด้วยความสำคัญด้วยตัณหา อย่างนี้ก็มี ก็พระอรหันต์มิได้อาศัยสมาบัติและ
วิบัติแห่งรูป ทั้งของตนและคนอื่นยังมานะให้เกิดว่า เราประเสริฐกว่าผู้นี้