Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 669

เล่ม มมร. 65 หน้า 669 ข้อ 232 233
[๒๓๒] คำว่า คำสั่งสอน....ย่อมเลอะเลือน มีความว่า คำสั่ง สอนย่อมเลอะเลือนด้วยเหตุ ๒ ประการ คือ คำสั่งสอนทางปริยัติย่อม เลอะเลือน ๑ คำสั่งสอนทางปฏิบัติย่อมเลอะเลือน ๑. คำสั่งสอนทางปริยัติเป็นไฉน ? คำสั่งสอนใด คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาดก อัพภูตธรรม เวทัลละ อันบุคคลนั้นศึกษาแล้ว นี้ชื่อว่าคำสั่งสอนทางปริยัติ คำสั่งสอนทางปริยัติ แม้นั้น ย่อมเลอะเลือน ฟั่นเฝือ เหินห่าง. คำสั่งสอน....ย่อมเลอะ เลือนแม้อย่างนี้ ด้วยประการฉะนี้. คำสั่งสอนทางปฏิบัติเป็นไฉน ? ความปฏิบัติชอบ ความปฏิบัติ สมควร ความปฏิบัติไม่เป็นข้าศึก ความปฏิบัติเป็นไปตามประโยชน์ความ ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ความเป็นผู้กระทำให้สมบูรณ์ในศีล ความ เป็นผู้มีทวารอันคุ้มครองแล้วในอินทรีย์ทั้งหลาย ความเป็นผู้รู้จักประมาณ ในโภชนะ ความประกอบเนือง ๆ ในความเป็นผู้ตื่น สติสัมปชัญญะ สติปัฏฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ อริยมรรคมีองค์ ๘ นี้ชื่อว่าคำสั่งสอนทางปฏิบัติ คำสั่งสอนทางปฏิบัติ แม้นั้น ย่อมเลอะเลือน ฟั่นเฝือ เหินห่าง คำสั่งสอนย่อมเลอะเลือนแม้ อย่างนี้ ด้วยประการฉะนี้. [๒๓๓] คำว่า บุคคลนั้นย่อมปฏิบัติผิด มีความว่า บุคคลนั้น ย่อมฆ่าสัตว์บ้าง ลักทรัพย์บ้าง. ตัดที่ต่อบ้าง ปล้นโดยไม่เหลือบ้าง ปล้น เฉพาะเรือนหลังเดียวบ้าง ดักปล้นที่หนทางเปลี่ยวบ้าง คบหาภรรยาของ ผู้อื่นบ้าง กล่าวคำเท็จบ้าง เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า บุคคลนั้นย่อม ปฏิบัติผิด.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka