Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 671

เล่ม มมร. 65 หน้า 671 ข้อ 237 238
ตัดกังวลในมิตรและอำมาตย์ ตัดกังวลในความสั่งสม ปลงผมและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ ออกบวชเป็นบรรพชิต เข้าถึงความเป็นผู้ไม่มีกังวล เป็นผู้เดียวเที่ยวไป คือ อยู่ เปลี่ยนกิริยาบถ ประพฤติ รักษา เป็นไป ให้เป็นไป ยังอัตภาพให้เป็นไป ชื่อว่า เป็นผู้เดียวเที่ยวไปในเบื้อง ต้น ด้วยส่วนบรรพชาอย่างนี้. เป็นผู้เดียวเที่ยวไปในเบื้องต้น ด้วยการละความคลุกคลีด้วยหมู่อย่าง ไร ? บุคคลนั้นบวชแล้วอย่างนั้น เป็นผู้เดียว ซ่องเสพเสนาสนะ อันเป็น ป่าละเมาะและป่าทึบ อันสงัด มีเสียงน้อย ปราศจากเสียงกึกก้องปราศจาก ชนผู้สัญจรไปมา เป็นที่ควรทำกรรมลับของมนุษย์ สมควรแก่การหลีกเร้น ภิกษุนั้น เดินผู้เดียว ยืนผู้เดียว นั่งผู้เดียว นอนผู้เดียว เข้าบ้านเพื่อ บิณฑบาตผู้เดียว กลับผู้เดียว นั่งในที่หลีกเร้นผู้เดียว อธิษฐานจงกรม ผู้เดียว เป็นผู้เดียวเที่ยวไป อยู่ เปลี่ยนอิริยาบถ ประพฤติ รักษา เป็น ไป ให้เป็นไป ชื่อว่า เป็นผู้เดียวเที่ยวไปในเบื้องต้น ด้วยการละ ความคลุกคลีด้วยหมู่ อย่างนี้. [๒๓๗] คำว่า บุคคลใด ย่อมซ่องเสพเมถุนธรรม มีความว่า ชื่อว่าเมถุนธรรม ได้แก่ธรรมของอสัตบุรุษ ฯลฯ เพราะเหตุนั้นจึงเรียกว่า เมถุนธรรม คำว่า บุคคลใด....ย่อมซ่องเสพเมถุนธรรม ความว่า สมัยต่อมา บุคคลนั้นบอกคืนพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ สิกขา เวียนมาเป็นคฤหัสถ์ ย่อมเสพ ซ่องเสพ หมกมุ่น เสพเฉพาะซึ่งเมถุนธรรม เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า บุคคลใด....ย่อมซ่องเสพเมถุนธรรม. [๒๓๘] คำว่า บุคคลนั้น....ในโลก เหมือนยวดยานที่หมุน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka