Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 703

เล่ม มมร. 65 หน้า 703 ข้อ 267
กุศลเป็นต้น โดนประเภทเป็นต้นว่า ขันธ์ อายตนะ ธาตุ สัจจะ อินทรีย์ และปฏิจจสมุปบาท. หรือซึ่ง ทุกขอริยสัจ ด้วยอรรถว่าบีบคั้น อันปัจจัย ปรุงแต่ง ทำให้เร่าร้อนและแปรปรวน. ซึ่ง สมุทัยอริยสัจ ด้วยอรรถว่า เหตุประมวลมา เป็นเหตุมอบให้ซึ่งผล เป็นเหตุประกอบและเป็นเหตุกังวล. ซึ่ง นิโรธอริยสัจ ด้วยอรรถว่าเป็นเครื่องสลัดออก เป็นความสงัด ไม่มี ปัจจัยปรุงแต่ง และเป็นธรรมไม่ตาย. ซึ่ง มรรคอริยสัจ ด้วยอรรถว่า เป็นเครื่องนำออกเป็นเหตุ เป็นทัศนะ และเป็นใหญ่. ฉะนั้น เมื่อควร ถวายพระนามว่า วิภตฺตวา แต่ถวายพระนามว่า ภควา. อนึ่ง พระองค์ทรงคบ คือทรงเสพ ทรงกระทำให้มาก ซึ่งทิพย- วิหาร พรหมวิหาร และอริยวิหาร ซึ่งกายวิเวก จิตตวิเวก และอุปธิวิเวก ซึ่งสุญญตวิโมกข์ อัปปณิหิตวิโมกข์ และอนิมิตตวิโมกข์ และซึ่งอุตตริ- มนุษยธรรมเหล่าอื่น ทั้งที่เป็นโลกิยะทั้งที่เป็นโลกุตตระ ฉะนั้น เมื่อควร ถวายพระนามว่า ภตฺตวา แต่ถวายพระนามว่า ภควา. อนึ่ง เพราะพระองค์ทรงคายการไป กล่าวคือ ตัณหาในภพ ๓ เสียแล้ว ฉะนั้น เมื่อควรถวายพระนามว่า ภเวสุ วนฺตคมโน ทรงคาย การไปในภพทั้งหลาย. ท่านถือเอา ภ อักษร จาก ภว ศัพท์, ค อักษร จาก คมน ศัพท์. ว อักษร จาก วนฺต ศัพท์ ทำให้เป็นทีฆะแล้วถวาย พระนามว่า ภควา เหมือนในทางโลก เมื่อควรจะกล่าวว่า เมหนสฺส ขสฺส มาลา เครื่องประดับของลับ ก็กล่าวว่า เมขลา เป็นต้น. อีกอย่างหนึ่ง พระสารีบุตรเถระเมื่อจะชี้แจงปริยายแม้อื่นอีก จึง กล่าวว่า ภคฺคราโคติ ภควา เป็นต้น. บรรดาบทเหล่านั้น พระผู้มี
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka