Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 705

เล่ม มมร. 65 หน้า 705 ข้อ 267
ของเมืองก็ตาม ชื่อว่า ป่าละเมาะ ไพรสณฑ์ที่เลยบริเวณรอบ ๆ ถิ่นมนุษย์ ชื่อว่าป่าทึบ. บทว่า ปนฺตานิ ความว่า เสนาสนะไกล ไม่เป็นที่ไถหว่านของ พวกมนุษย์ แต่อาจารย์บางท่านกล่าวว่า :- บทว่า วนปตฺถานิ ความว่า เพราะเสือโคร่งเป็นต้น มีอยู่ในป่าใด เสือโคร่งเป็นต้นเหล่านั้นย่อมคุ้มครองรักษาป่านั้น ฉะนั้น เสนาสนะเหล่า นั้นชื่อว่า วนปัตถะ เพราะเสือโคร่งเป็นต้นเหล่านั้นรักษา. บทว่า เสนาสนานิ ความว่า ชื่อว่า เสนาสนะ เพราะอรรถว่า เป็นที่นอนและที่นั่ง. บทว่า อปฺปสทฺทานิ ความว่า มีเสียงน้อย ด้วยเสียงของคำพูด. บทว่า อปฺปนิคโฆสานิ ความว่า ปราศจากเสียงกึกก้อง ด้วยเสียง กึกก้องในบ้านและเมืองเป็นต้น. บทว่า วิชนวาตานิ ความว่า เว้นจากลมสรีระของชนผู้สัญจรภาย ใน ปาฐะว่า วิชนวาทานิ ก็มี ความว่า เว้นจากวาทะของชนภายใน ปาฐะว่า วีชนวาตานิ ก็มี ความว่า เว้นจากคนสัญจร. บทว่า มนุสฺสราหเสยฺยกานิ ความว่า เป็นที่กระทำกรรมลับของ พวกมนุษย์. บทว่า ปฏิสลฺลานสารุปฺปานิ ความว่า เหมาะแก่วิเวก. บทว่า ภาคี วา ความว่า ชื่อว่าทรงมีส่วน เพราะอรรถว่า พระองค์ทรงมีส่วน คือส่วนมีจีวรเป็นต้น ชื่อว่าทรงมีส่วน เพราะอรรถ ว่า พระองค์ทรงมีส่วนแห่งอรรถรสเป็นต้น ด้วยสามารถแห่งการได้เฉพาะ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka