อธิบายว่า ทำอัปปนาให้บังเกิดในอารมณ์นี้พร้อมกับความเกิดขึ้นแห่งนิมิต
นั้นเอง ฌานที่ให้เกิดขึ้นอย่างนี้ เรียกว่า อภิภายตนะ แห่งอภิภายตนะ
๘ เหล่านั้น.
บทว่า นวนฺนํ อนุปุพฺพวิหารสมาปตฺตีนํ ความว่า ชื่อว่า
อนุปุพพวิหารสมาบัติ เพราะพึงอยู่ คือพึงเข้าถึง ตามก่อน ๆ คือตามลำดับ
อธิบายว่า พึงเข้าถึงตามลำดับ แห่งอนุปุพพวิหารสมาบัติ ๙ เหล่านั้น.
บทว่า ทสนฺนํ สญฺาภาวนานํ ได้แก่ สัญญาภาวนา ๑๐ มี
อนิจจสัญญาเป็นต้น ที่นาในคิริมานนทสูตร.
บทว่า ทสนฺนํ กสิณสหาปตฺตีนํ ได้แก่ ฌาน ๑๐ มีปถวีกสิณ-
ฌานเป็นต้น กล่าวคือกสิณ ด้วยอรรถว่าทั่วไป.
บทว่า อานาปานสฺสติสมาปตฺติยา ได้แก่ สมาธิที่สัมปยุตด้วย
อานาปานสติ.
บทว่า อสุภสมาปตฺติยา ได้แก่ การเข้าฌานมีอสุภะเป็นอารมณ์.
บทว่า ทสนฺนํ ตถาคตพลานํ ได้แก่ ญาณอันเป็นกำลังของ
พระทศพล ๑๐ ประการ.
บทว่า จตุนฺนํ เวสารชฺชานํ ได้แก่ เวสารัชชธรรม ๔ ซึ่งเป็น
ความแกล้วกล้า.
บทว่า จตุนฺนํ ปฏิสมฺภิทานํ ได้แก่ ปฏิสัมภิทาญาณ ๔.
บทว่า ฉนฺนํ อภิญฺานํ ได้แก่ อภิญญา ๖ มีอิทธิวิธเป็นต้น.
บทว่า ฉนฺนํ พุทฺธธมฺมานํ ได้แก่ พุทธธรรม ๖ ที่มาในเบื้อง
บนโดยนัยเป็นต้นว่า กายกรรมทุกอย่างเป็นไปตามญาณ. จีวรเป็นต้น ใน