Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 707

เล่ม มมร. 65 หน้า 707 ข้อ 267
อธิบายว่า ทำอัปปนาให้บังเกิดในอารมณ์นี้พร้อมกับความเกิดขึ้นแห่งนิมิต นั้นเอง ฌานที่ให้เกิดขึ้นอย่างนี้ เรียกว่า อภิภายตนะ แห่งอภิภายตนะ ๘ เหล่านั้น. บทว่า นวนฺนํ อนุปุพฺพวิหารสมาปตฺตีนํ ความว่า ชื่อว่า อนุปุพพวิหารสมาบัติ เพราะพึงอยู่ คือพึงเข้าถึง ตามก่อน ๆ คือตามลำดับ อธิบายว่า พึงเข้าถึงตามลำดับ แห่งอนุปุพพวิหารสมาบัติ ๙ เหล่านั้น. บทว่า ทสนฺนํ สญฺาภาวนานํ ได้แก่ สัญญาภาวนา ๑๐ มี อนิจจสัญญาเป็นต้น ที่นาในคิริมานนทสูตร. บทว่า ทสนฺนํ กสิณสหาปตฺตีนํ ได้แก่ ฌาน ๑๐ มีปถวีกสิณ- ฌานเป็นต้น กล่าวคือกสิณ ด้วยอรรถว่าทั่วไป. บทว่า อานาปานสฺสติสมาปตฺติยา ได้แก่ สมาธิที่สัมปยุตด้วย อานาปานสติ. บทว่า อสุภสมาปตฺติยา ได้แก่ การเข้าฌานมีอสุภะเป็นอารมณ์. บทว่า ทสนฺนํ ตถาคตพลานํ ได้แก่ ญาณอันเป็นกำลังของ พระทศพล ๑๐ ประการ. บทว่า จตุนฺนํ เวสารชฺชานํ ได้แก่ เวสารัชชธรรม ๔ ซึ่งเป็น ความแกล้วกล้า. บทว่า จตุนฺนํ ปฏิสมฺภิทานํ ได้แก่ ปฏิสัมภิทาญาณ ๔. บทว่า ฉนฺนํ อภิญฺานํ ได้แก่ อภิญญา ๖ มีอิทธิวิธเป็นต้น. บทว่า ฉนฺนํ พุทฺธธมฺมานํ ได้แก่ พุทธธรรม ๖ ที่มาในเบื้อง บนโดยนัยเป็นต้นว่า กายกรรมทุกอย่างเป็นไปตามญาณ. จีวรเป็นต้น ใน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka