ว่า กับการได้เฉพาะพระสัพพัญญุตญาณ ในขณะตามที่กล่าวแล้ว ณ โคน
ต้นมหาโพธิ.
บทว่า สจฺฉิกา ปญฺตฺติ ความว่า เป็นบัญญัติที่เกิดด้วยการทำให้
แจ้งพระอรหัตตผล หรือด้วยการทำให้แจ้งธรรมทั้งปวง.
บทว่า ยทิทํ ภควา ความว่า บัญญัติว่า ภควา นี้.
บทว่า ทฺวีหิ การเณหิ ได้แก่ ด้วยส่วน ๒.
บทว่า ปริยตฺติสาสนํ ได้แก่ พุทธพจน์ คือพระไตรปิฎก.
บทว่า ปฏิปตฺติ ความว่า ชื่อว่า ปฏิบัติ เพราะอรรถว่า เป็น
เครื่องถึงเฉพาะ.
บทว่า ยํ ตสฺส ปริยาปุตํ ความว่า คำสั่งสอนใดอันบุคคลนั้น
ศึกษาแล้ว คือ สาธยายแล้ว. คำว่า ตสฺส นั้นเป็นฉัฏฐีวิภัตติ ลงใน
อรรถแห่งตติยาวิภัตติ ปาฐะว่า ปริยาปุฏํ ก็มี.
บทว่า สุตฺตํ ความว่า คัมภีร์อุภโตวิภังค์ นิทเทส ขันธกะ ปริวาร
มงคลสูตร รตนสูตร ตุวฏกสูตรในสุตตนิบาต และพระดำรัสของพระ
ตถาคตที่ได้นามว่าสูตรแม้อื่น พึงทราบว่า สุตตะ พระสูตรที่มีคาถาแม้
ทั้งหมด.
พึงทราบบทว่า เคยยะ สคาถวรรคแม้ทั้งสิ้นในสังยุต. พึงทราบว่า
เคยยะ เป็นพิเศษ.
บทว่า เวยฺยากรณํ ความว่า พระอภิธรรมปิฎก ทั้งสิ้น พระสูตร
ที่ไม่มีคาถา และพระพุทธพจน์ที่มิได้สงเคราะห์ด้วยองค์ ๘ นั้นพึงทราบว่า
เวยยากรณะ.