Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 715

เล่ม มมร. 65 หน้า 715 ข้อ 267
บทว่า ปุถุชฺชนา เป็นบทอุทเทสแห่งบทที่จะต้องชี้แจง บรรดา บทที่จะต้องชี้แจง บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปุถุชฺชนา ความว่า :- ชื่อว่าปุถุชน ด้วยเหตุทั้งหลายมีการยังกิเลสหนา ให้เกิดเป็นต้น อีกอย่างหนึ่ง ชนนี้ชื่อว่ามีกิเลสหนา เพราะหยั่งลงภายในชนที่มีกิเลสหนา ดังนี้แล. ก็ชนนั้นชื่อว่าปุถุชน ด้วยเหตุทั้งหลายมีการยังกิเลสเป็นต้นที่หนา คือมีประการต่าง ๆ ให้เกิดเป็นต้น เพื่อจะแสดงปุถุชนนั้นโดยวิภาค พระ สารีบุตรเถระจึงกล่าวคำเป็นต้นว่า ปุถู กิเลเส ชเนนฺติ ดังนี้ ชื่อว่า ปุถุชนในนิทเทสนั้นเพราะอรรถว่า ยังสักกายทิฏฐิเหล่านั้นให้เกิด หรือ อันสักกายทิฏฐิเหล่านั้นให้เกิด เพราะยังกำจัดสักกายทิฏฐิมีประการต่าง ๆ เป็นอันมากไม่ได้ อีกอย่างหนึ่ง ชนศัพท์ ย่อมกล่าวถึงว่ายังกำจัดไม่ได้ นั่นเอง. ในบทว่า ปุถุ สตฺถารานํ มุขุลฺโลกิกา นี้มีเนื้อความของคำว่า ชื่อว่าปุถุชน เพราะอรรถว่า มีปฏิญญาต่อศาสดาทั้งหลายมากคือต่าง ๆ. ในบทว่า ปุถุ สพฺพคตีหิ อวุฏิตา นี้ชื่อว่า เกิดคติ เพราะ อรรถว่าพึงให้เกิด หรือเป็นที่เกิด ชื่อว่า ปุถุชน เพราะอรรถว่า มีกิเลส เกิดมาก ชื่อว่า เกิดอภิสังขารเป็นต้น เพราะอรรถว่าเป็นเครื่องเกิดกิเลส นอกนี้ ชื่อว่า ปุถุชน เพราะอรรถว่า มีอภิสังขารเหล่านี้ พึงเห็นว่าชน- ศัพท์มีเนื้อความว่าปรุงแต่งเป็นต้นนั่นเอง. บทว่า นานาสนฺตาเปหิ สนฺตปฺปนฺติ ความว่า ความเดือด ร้อนทั้งหลายมีไฟคือราคะเป็นต้น เหล่านั้นแหละ หรือแม้ทั้งหมด ชื่อว่า กิเลสเครื่องเร่าร้อน.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka