Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 730

เล่ม มมร. 65 หน้า 730 ข้อ 267
บทว่า ฉตฺตปถํ ได้แก่ ทางที่ต้องถือร่มหนังอุ้มลมร่อนไปเหมือน นกทั้งหลาย. บทว่า วํสปถํ ความว่า บทว่า วํสปถํ คจฺฉติ พึงทราบว่า ท่านกล่าวหมายเอาทางที่บุคคลเมื่อทำทางใช้มีดสำหรับตัดตัดกอไผ่ ใช้ขวาน ผ่าต้นไม้ ทำบันไดในป่าไผ่ ขึ้นบนกอไผ่ ตัดไม้ไผ่ให้ล้มทับไผ่กออื่น แล้วเดินไปตามยอดกอไผ่นั่นแหละ. บทว่า คเวสนฺโต น วินฺทติ อลาภมูลกมฺปิ ทุกฺขํ โทมนสฺสํ ปฏิสํเวเทติ ความว่า ย่อมได้รับทุกข์กายทุกข์ใจแม้มีความไม่ได้เป็นมูล. บทว่า ลทฺธา แปลว่า ครั้นได้แล้ว. บทว่า อารกฺขมูลกํ ความว่า แม้มีการรักษาเป็นมูล. บทว่า กินฺติ เม โภเค ความว่า ด้วยวิตกอยู่ว่า ด้วยอุบายอะไร พระราชาจึงจะไม่ริบโภคทรัพย์ของเรา พวกโจรจะไม่ลักไป ไฟจะไม่ไหม้ น้ำจะไม่พัดไป พวกทายาทผู้ไม่เป็นที่รักจะไม่ขนเอาไป. บทว่า โคปยโต ความว่า คุ้มครองด้วยหีบเป็นต้น. บทว่า วิปฺปลุชฺชนฺติ ความว่า พินาศ. บทว่า เอตมาทีนวํ ตฺวา มุนิ ปพฺพาปเร อิธ ความว่า มุนี ทราบโทษนั้น คือความเป็นฆราวาสอื่นแต่ความเป็นสมณะก่อน ที่กล่าว ไว้จำเดิมแต่นี้ว่า ยศและเกียรติที่เสื่อมไปในกาลก่อนนั้นของภิกษุนั้น ใน ความเป็นฆราวาสอื่นแต่ความเป็นสมณะก่อน คือในความเป็นผู้สึกจาก ความเป็นสมณะในศาสนานี้. บทว่า ทฬฺหํ กเรยฺย เป็นบทอุทเทสของบทที่จะต้องชี้แจง.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka