Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 749

เล่ม มมร. 65 หน้า 749 ข้อ 297 298 299
ความว่า บุคคลนั้นเป็นผู้เฟื่องฟูขึ้น คือ เห่อเหิมเป็นดุจธงชัยยกย่องตนขึ้น ความที่จิตใคร่ยกไว้ดังธงยอด ด้วยประโยชน์ในความชนะนั้น เพราะ ฉะนั้นจึงชื่อว่า บุคคลนั้นย่อมหัวเราะและเฟื่องฟูขึ้นด้วยประโยชน์ ในความชนะนั้น. [๒๙๗] คำว่า เพราะบุคคลนั้นบรรลุประโยชน์นั้นแล้ว ได้ เป็นผู้สมใจนึก มีความว่า บรรลุ คือ ถึง ได้ ประสบ ได้เฉพาะ ซึ่งประโยชน์ในความชนะนั้นแล้ว. คำว่า ได้เป็นผู้สมใจนึก ความว่า ได้เป็นผู้สมใจนึก คือ สมเจตนา สมควรดำริ สมดังวิญญาณ เพราะ ฉะนั้นจึงชื่อว่า เพราะบุคคลนั้น บรรลุประโยชน์นั้นแล้วได้เป็นผู้สม ใจนึก เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า :- ก็หรือว่า บุคคลกล่าววาทะในท่ามกลางบริษัท ย่อมได้รับสรรเสริญในเพราะทิฏฐินั้น บุคคลนั้นย่อม หัวเราะและเฟื่องฟูขึ้นด้วยประโยชน์ในความชนะนั้น เพราะบุคคลนั้นบรรลุประโยชน์นั้นแล้ว ได้เป็นผู้สมใจนึก. [๒๙๘] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า :- ความเฟื่องฟูเป็นพื้นย่ำยีแห่งบุคคลนั้น บุคคลนั้น ย่อมกล่าวความถือตัวและความดูหมิ่น บุคคลเห็นโทษแม้ นั้นแล้วไม่ควรวิวาทกัน ผู้ฉลาดย่อมไม่กล่าวความหมดจด เพราะวิวาทนั้น. [๒๙๙] คำว่า ความเฟื่องฟูเป็นพื้นย่ำยีแห่งบุคคลนั้น มีความ ว่า ความเฟื่องฟู คือความเห่อเหิม ความเป็นดุจธงชัย ความยกย่องตนขึ้น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka