[๓๑๙] คำว่า คิดถึงทิฏฐิทั้งหลายด้วยใจ มีความว่า คำว่า ใจ
ได้แก่ จิต ใจ มานัส หทัย บัณฑระ มนะ มนายตนะ มนินทรีย์
วิญญาณ วิญญาณขันธ์ มโนวิญญาณธาตุที่เกิดแต่ผัสสะเป็นต้นนั้น ท่าน
คิดนึกถึงทิฏฐิทั้งหลายด้วยจิตว่า โลกเที่ยงบ้าง โลกไม่เที่ยงบ้าง ฯลฯ
สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้ว ย่อมเป็นอีก ก็หามิได้ ย่อมไม่เป็นอีก ก็หามิได้
เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า คิดถึงทิฏฐิทั้งหลายด้วยใจ.
[๓๒๐] ในคำว่า ท่านมาแข่งคู่ด้วยพระพุทธเจ้า ผู้มีปัญญา
ชื่อว่าโธนา ท่านไม่อาจเพื่อเทียมทันได้เลย มีอธิบายดังต่อไปนี้
ปัญญา เรียกว่า โธนา ได้แก่ ความรู้ ความรู้ทั่ว ฯลฯ ความไม่หลง
ความเลือกเฟ้นธรรม ความเห็นชอบ. เพราะเหตุไร ปัญญาจึงเรียกว่าโธนา
เพราะปัญญานั้น เป็นเครื่องกำจัด ล้าง ชำระ ซักฟอก ซึ่งกายทุจริต
ฯลฯ อกุสลาภิสังขารทั้งปวง อีกอย่างหนึ่ง สัมมาทิฏฐิเป็นเครื่องกำจัด
ล้าง ชำระ ซักฟอก ซึ่งมิจฉาทิฏฐิ ฯลฯ. สัมมาวิมุตติเป็นเครื่องกำจัด
ล้าง ชำระ ชักฟอก ซึ่งมิจฉาวิมุตติ อีกอย่างหนึ่ง อริยมรรคมีองค์ ๘
เป็นเครื่องกำจัด ล้าง ชำระ ซักฟอก ซึ่งอกุศลทั้งปวง ทุจริตทั้งปวง
ความกระวนกระวายทั้งปวง ความเร่าร้อนทั้งปวง ความเดือดร้อนทั้งปวง
อกุสสาภิสังขารทั้งปวง. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเข้าถึง เข้าถึงพร้อม เข้าไป
เข้าไปพร้อม เข้าชิด เข้าชิดพร้อม ประกอบแล้วด้วยธรรมทั้งหลายอันเป็น
เครื่องกำจัดเหล่านั้น เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงชื่อว่า ปัญญา
เป็นเครื่องกำจัด. พระผู้มีภาคเจ้าพระองค์นั้น ทรงกำจัดราคะ บาป