Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 792

เล่ม มมร. 65 หน้า 792 ข้อ 320
บทว่า จริตํ ได้แก่กุศลกรรมที่ทำไว้ในก่อน. บทว่า อธิมุตฺตึ ได้แก่ การสละจิตในกุศลก็ตาม ในอกุศลก็ตาม บทว่า อปฺปรชกฺเข ความว่า ชื่อว่าผู้มีธุลีคือกิเลสน้อยในจักษุ เพราะอรรถว่ามีธุลีคือกิเลสมีราคะเป็นต้น ในจักษุที่สำเร็จด้วยปัญญาน้อย อีกอย่างหนึ่งชื่อว่าผู้มีธุลีคือกิเลสน้อยในจักษุเพราะอรรถว่า มีธุลีคือกิเลส มีราคะเป็นต้นน้อย. บทว่า มหารชกฺเข ความว่า ชื่อว่าผู้มีธุลีคือกิเลสมากในญาณจักษุ เพราะอรรถว่า มีธุลีคือกิเลสมีราคะเป็นต้น ในจักษุที่สำเร็จด้วยญาณมาก อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า ผู้มีธุลีคือกิเลสมากในจักษุ เพราะอรรถว่า มีธุลีคือ กิเลสมีราคะเป็นต้นมาก. บทว่า ติกฺขินฺทฺริเย มุทินฺทฺริเย ความว่าชื่อว่า มีอินทรีย์แก่ กล้า เพราะอรรถว่า มีอินทรีย์มีศรัทธาเป็นต้นแก่กล้า. ชื่อว่ามีอินทรีย์ อ่อนเพราะอรรถว่า มีอินทรีย์มีศรัทธาเป็นต้นอ่อน. บทว่า สฺวากาเร ทฺวากาเร ความว่า ชื่อว่ามีอาการดี เพราะ อรรถว่า มีอาการคือโกฏฐาส มีศรัทธาเป็นต้น อันเป็นธรรมดี. ชื่อว่า มีอาการเลว เพราะอรรถว่า มีอาการคือโกฏฐาส มีอศรัทธาเป็นต้น อันเป็นธรรมน่าเกลียด น่าติเตียน. บทว่า สุวิญฺาปเย ทุพฺพิญฺาปเย ความว่า สัตว์เหล่าใด กำหนดเหตุการณ์ที่กล่าวแล้ว อาจให้รู้แจ้งได้โดยง่าย สัตว์เหล่านั้นชื่อว่า ให้รู้แจ้งได้โดยง่าย. สัตว์ทั้งหลายที่ตรงกันข้ามกับสัตว์เหล่านั้น ชื่อว่าให้ รู้แจ้งได้โดยยาก.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka