Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 810

เล่ม มมร. 65 หน้า 810 ข้อ 336 337
ไม่กล่าวความหมดจดแม้ด้วยญาณ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียก พราหมณ์นั้นโดยชื่อว่า มาคันทิยะ. คำว่า ภควา เป็นชื่อที่กล่าวโดยเคารพ ฯลฯ คำว่า ภควา นี้เป็น สัจฉิกาบัญญัติ เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า....พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า :- ดูก่อน มาคันทิยะ. [๓๓๖] คำว่า บัณฑิตไม่กล่าวความหมดจด แม้ด้วยศีล และพรต มีความว่า บัณฑิตไม่กล่าว คือ ไม่บอก ไม่พูด ไม่แสดง ไม่แถลง ซึ่งความหมดจด คือ ความหมดจดวิเศษ ความหมดจดรอบ ความพ้น ความพ้นวิเศษ ความพ้นรอบ แม้ด้วยศีล....แม้ด้วยพรต .....แม้ด้วยศีลและพรต เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า บัณฑิตไม่กล่าวความ หมดจดแม้ด้วยศีลและพรต. [๓๓๗] คำว่า บุคคลย่อมถึงความสงบภายใน ด้วยความ ไม่มีทิฏฐิ ด้วยความไม่มีสุตะ ด้วยความไม่มีญาณ ด้วยความไม่ มีศีล ด้วยความไม่มีพรต ก็หามิได้ มีอธิบายดังต่อไปนี้ แม้ทิฏฐิพึง ประสงค์เอาสัมมาทิฏฐิมีวัตถุ ๑๐ คือ ทานที่ให้แล้วย่อมมีผล การบูชาย่อม มีผล การเช่นสรวงย่อมมีผล ผลวิบากแห่งกรรมที่ทำดีและกรรมที่ทำชั่วมีอยู่ โลกนี้มีอยู่ โลกหน้ามีอยู่ มารดามีอยู่ บิดามีอยู่ เหล่าสัตว์ที่เป็นโอปปาติกะ มีอยู่ สมณพราหมณ์ที่ดำเนินชอบ ปฏิบัติชอบ ผู้ทำให้แจ้งซึ่งโลกนี้และ โลกหน้าด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้วประกาศมีอยู่ในโลก. แม้สุตะพึงประสงค์ เอาเสียงแต่บุคคลอื่น คือ สุตะ เคยยะ เวยยากรณะ คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาดก อัพภูตธรรม เวลัลละ แม้ญาณพึงประสงค์เอากัมมัสส-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka