Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 814

เล่ม มมร. 65 หน้า 814 ข้อ 340 341
มีญาณ ด้วยความไม่มีศีล ด้วยความไม่มีพรต ก็หามิได้ บุคคลสละธรรมเหล่านั้นแล้ว ไม่ถือมั่น เป็นผู้สงบ ไม่ อาศัยแล้ว ไม่พึงหวังภพ. [๓๔๐] มาคันทิยพราหมณ์ทูลว่า :- ได้ยินว่า ถ้าบัณฑิตไม่กล่าวความหมดจดแม้ด้วย ทิฏฐิไม่กล่าวความหมดจดแม้ด้วยสุตะ ไม่กล่าวความหมด จดแม้ด้วยญาณ ไม่กล่าวความหมดจดแม้ด้วยศีลและพรต บุคคลย่อมถึงความสงบภายใน ด้วยความไม่มีทิฏฐิ ด้วย ความไม่มีสุตะ ด้วยความไม่มีญาณด้วยความไม่มีศีล ด้วย ความไม่มีพรต ก็หามิได้ไซร้ ข้าพเจ้าย่อมสำคัญธรรมของ ท่านว่า เป็นธรรมของคนโง่เขลาโดยแท้ เพราะสมณ- พราหมณ์บางพวก ย่อมถึงความหมดจดด้วยทิฏฐิ. [๓๔๑] คำว่า ได้ยินว่า ถ้าบัณฑิตไม่กล่าวความหมดจดแม้ ด้วยทิฏฐิ ไม่กล่าวความหมดจดแม้ด้วยสุตะ ไม่กล่าวความหมด จดแม้ด้วยญาณ มีความว่า บัณฑิตไม่กล่าว คือ ไม่บอก ไม่พูด ไม่แสดง ไม่แถลง ซึ่งความหมดจด คือ ความหมดจดวิเศษ ความหมดจดรอบ ความพ้น ความพ้นวิเศษ ความพ้นรอบ แม้ด้วยทิฏฐิ....แม้ด้วยสุตะ.... แม้ด้วยทิฏฐิและสุตะ....แม้ด้วยญาณ เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า ได้ยินว่า ถ้า บัณฑิตไม่กล่าวความหมดจดแม้ด้วยทิฏฐิ ไม่กล่าวความหมดจด แม้ด้วยสุตะ ไม่กล่าวความหมดจดแม้ด้วยญาณ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka