Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 817

เล่ม มมร. 65 หน้า 817 ข้อ 346 347 348
ด้วยความไม่มีพรต ก็หามิได้ไซร้ ข้าพเจ้าย่อมสำคัญธรรม ของท่านว่า เป็นธรรมของตนโง่เขลาโดยแท้ เพราะสมณ- พราหมณ์บางพวก ย่อมถึงความหมดจดด้วยทิฏฐิ. [๓๔๖] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า :- ดูก่อนมาคันทิยะ ท่านอาศัยทิฏฐิทั้งหลายถามอยู่เนื่อง ๆ ได้ถึงความ หลงใหลในทิฏฐิทั้งหลายที่ท่านยึดถือแล้ว และท่านไม่ได้ เห็นสัญญาแม้น้อยจากธรรมนี้ เพราะฉะนั้นท่านจึงประสบ แต่ความหลง. [๓๔๗] คำว่า ท่านอาศัยทิฏฐิทั้งหลายถามอยู่เนือง ๆ มี ความว่า มาคันทิยพราหมณ์อาศัยทิฏฐิถามทิฏฐิ อาศัยความเกี่ยวข้องถาม ความเกี่ยวข้อง อาศัยความผูกพันถามความผูกพัน อาศัยความกังวลถาม ความกังวล. คำว่า ถามอยู่เนือง ๆ ได้แก่ ถามอยู่บ่อย ๆ เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า ท่านอาศัยทิฏฐิทั้งหลายถามอยู่เนือง ๆ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกพราหมณ์ นั้นโดยชื่อว่า มาคันทิยะ. คำว่า ภควา เป็นชื่อที่กล่าวโดยเคารพ ฯลฯ คำว่า ภควา นี้ เป็นสัจฉิกาบัญญัติ เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า :- ดูก่อนมาคันทิยพราหมณ์ [๓๔๘] คำว่า ได้ถึงความหลงใหลในทิฏฐิทั้งหลายที่ท่าน ยึดถือแล้ว มีความว่า ทิฏฐิใดอันท่านถือ คือ ยึดมั่น ถือมั่น ติดใจ น้อมใจ เชื่อแล้ว ท่านเป็นผู้หลง หลงใหล ลุ่มหลง ถึงความหลง ถึง ความหลงใหล ถึงความลุ่มหลง เป็นผู้แล่นไปสู่ที่มืดด้วยทิฏฐินั้นนั่นแหละ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka