Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 66 หน้าที่ 69

เล่ม มมร. 66 หน้า 69 ข้อ 441
ไว้ด้วยหัวข้อคือญาณจึงแถลงให้รู้. บทว่า ปฏฺเปหิ แต่งตั้ง คือบัญญัติ อธิบายว่า ให้เป็นไป. หรือขอจงตั้งไว้ด้วยหัวข้อคือญาณ. บทว่า วิวร เปิดเผย คือขอจงทำให้เปิดเผย อธิบายว่า เปิดเผยแล้วจึงแสดง. บทว่า วิภช จำแนก ความว่า ชี้แจงด้วยการจำแนกแสดง. บทว่า อุตฺตานีกโรหิ ทำให้ตื้น คือขอจงทำให้ปรากฏ. อีกอย่างหนึ่ง บทว่า อาจิกฺข เป็น รากเหง้าของบททั้งหลาย ๖ บทมีเทศนาเป็นต้น. ท่านกล่าวบท ๖ บทมี เทศนาเป็นต้น เพื่อเปิดเผยความนั้น. ในบทเหล่านั้น บทว่า เทเสหิ ความว่า ขอพระองค์จงแสดงโดยยกหัวข้อก่อนโดยสังเขปเพื่ออุคฆติตัญญู (เพียงยกหัวขึ้นก็รู้ทันที). จริงอยู่บุคคลผู้เป็นอุคฆติตัญญู ย่อมรู้แจ้งแทง ตลอดธรรมที่ท่านกล่าวโดยย่อและรู้ครั้งแรก. บทว่า ปญฺาเปหิ ความว่า ขอพระองค์จงทรงแถลงด้วยการขยายความแห่งบทที่ย่อไว้ก่อนโดยพิสดาร เมื่อ วิปจิตัญญู (รู้ต่อเมื่อขยายความในหัวข้อออกไป) ผู้มีปัญญาด้วยใจ ยินดีต่อธรรมเหล่านั้น. บทว่า ปฏฺเปหิ ความว่า ขอพระองค์จงทรงแต่ง ตั้งด้วยการขยายความจำแนกข้อความที่ขยายให้กว้างขวางออกไปอีก. บทว่า วิวร ความว่า ขอพระองค์จงทรงเปิดเผยถ้อยคำแห่งบทที่ขยายนั้นบ่อย ๆ. บทว่า วิภช ความว่า ขอพระองค์จงทรงจำแนกด้วยการอธิบายจำแนก ข้อความที่ตรัสไว้แล้วบ่อย ๆ. บทว่า อุตฺตานีกโรหิ ความว่า ขอพระ- องค์จงทรงทำให้ตื้นด้วยตรัสข้อที่เปิดเผยแล้วให้พิสดาร และด้วยตรัสข้อที่ พิสดารด้วยการชี้แจง. เทศนานี้เพื่อรู้แจ้งแทงตลอดของเนยยบุคคล (บุคคลผู้ควรแนะนำสั่งสอนได้). ก็ในการตอบปัญหาพระผู้มีพระภาคเจ้า มิได้ทรงแก้อธิปัญญาเป็นต้น โดยสรุปเมื่อจะทรงแสดงถึงการสงบกิเลสที่ ท่านกล่าวว่าเป็นผู้เข้าไปสงบ โดยสภาวะมีอธิปัญญาเป็นต้น โดยอนุโลม
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka