Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 66 หน้าที่ 74

เล่ม มมร. 66 หน้า 74 ข้อ 441
ความประทุษร้าย. อาการชังคือกิริยาที่ชัง. ความเป็นผู้ชังคือความเป็นผู้ ประทุษร้าย. ความพยาบาทคือความปองร้ายเพราะละภาวะเดิม. อาการ ปองร้ายคือกิริยาที่พยาบาท. ความพิโรธเพราะความมุ่งร้าย. ความพิโรธ ตอบเพราะความมุ่งร้ายบ่อย ๆ. บทนี้ท่านกล่าวด้วยอำนาจของอาการพิโรธ และอาการพิโรธตอบ. คนกระด้างดุร้ายท่านกล่าวว่า ความเป็นผู้ดุร้าย ความเป็นผู้ดุร้ายชื่อว่าจัณฑิกกะ. ชื่อว่าเป็นผู้เพาะวาจาชั่ว เพราะไม่เป็นผู้ เพาะวาจาดี การพูดชั่วยังไม่บริบูรณ์ทีเดียว. จริงอยู่ ในเวลาโกรธย่อมไม่มี คำพูดที่บริบูรณ์. แม้บทว่าวาจาบริบูรณ์จะมีแก่ใคร ๆ ก็ไม่เป็นประมาณ. อาจารย์อีกพวกหนึ่งกล่าวว่า ชื่อว่า อัสสุโรปะ เพราะเพาะน้ำตา ด้วยอรรถ ว่าให้เกิดน้ำตา. นั่นไม่ใช่เหตุเพราะแม้ดีใจก็เกิดน้ำตาได้. ความไม่แช่มชื่น แห่งจิตเพราะไม่มีใจแช่มชื่น โดยตรงกันข้ามกับมีใจแช่มชื่นดังได้กล่าวไว้ ในหนหลัง. ก็เพราะความไม่แช่มชื่นแห่งจิตนั้นย่อมมีแก่จิตเท่านั้นไม่มี แก่สัตว์ ฉะนั้นท่านจึงกล่าวว่า จิตฺตสฺส แห่งจิต. บทว่า อธิมตฺตปริตฺตตา เวทิตพฺพา ควรรู้ความโกรธมากโกรธน้อย คือความมากและความน้อย อธิบายว่า ความโกรธมีกำลังมากและมีกำลังอ่อน. บทว่า กิญฺจิ กาเล คือ บางครั้ง. ปาฐะว่า กิญฺจิ กาลํ บางเวลาบ้าง. บทว่า จิตฺตาวิล- กรณมตฺโต โหติ คือ ความโกรธเป็นเพียงทำจิตให้ขุ่นมัว. อธิบายว่า เป็นเพียงทำจิตให้เศร้าหมอง. ปาฐะว่า จิตฺตปิฬากรณมตฺโต เป็น เพียงกระทำการบีบคั้นจิตบ้าง. นั้นไม่ดี. อธิบายว่า เป็นเพียงทำจิตนั้น ให้ลำบาก. บทว่า น จ ตาว มุขกุลานวิกุลาโน โหติ แต่ยังไม่ ถึงให้หน้าเง้าหน้างอก็มี คือไม่ถึงทำหน้าเบี้ยวหน้าบูดก็มี. บทว่า น จ ตาว หนุสญฺโจปโน โหติ ความโกรธไม่ถึงทำให้คางสั่นก็มี คือไม่ถึง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka