Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 66 หน้าที่ 80

เล่ม มมร. 66 หน้า 80 ข้อ 441
กัน ก็ไม่ชื่อว่าเป็นผู้ดำรงคำสัตย์, บทว่า เถโต คือมั่นคง. อธิบายว่า มีถ้อยคำมั่นคง, บุคคลคนหนึ่งเป็นผู้มีถ้อยคำไม่มั่นคง ดุจสีย้อมผ้า ดุจหลัก ปักที่กองแกลบ และดุจฟักวางบนหลังม้าฉะนั้น คนหนึ่งมีถ้อยคำมั่นคง ดุจรอยจารึกบนแผ่นหิน และดุจเสาเขื่อนฉะนั้น. แม้จะเอาดาบตัดศีรษะก็ ไม่ยอมพูดเป็นคำสอง. บุคคลนี้ท่านเรียกว่าผู้มีวาจามั่นคง. บทว่า ปจฺจยิโก คือเชื่อถือได้ อธิบายว่า มั่นอยู่ในคำสัตย์. จริงอยู่ คนบางคนเชื่อถือไม่ได้ เมื่อเขากล่าวว่า คนโน้นพูดเรื่องอะไร ก็พูดว่า พวกท่านอย่าเชื่อคำของ เขาเลย. คนหนึ่งเชื่อถือได้ เมื่อเขากล่าวว่า คนโน้นพูดเรื่องอะไรก็พูดว่า ผิว่า คนนั้นพูดถือเป็นประมาณได้ ไม่ต้องสอบสวน นี้ต้องเป็นอย่างนั้น ดังนี้ บุคคลนี้ท่านกล่าวว่า เป็นบุคคลเชื่อถือได้. บทว่า อวิสํวาทโก โลกสฺส ไม่พูดให้เคลื่อนคลาดแก่โลก อธิบายว่า ไม่พูดให้ชาวโลก เข้าใจผิด เพราะเป็นผู้กล่าวคำสัตย์นั้น. พึงทราบความในบทมีอาทิว่า ปิสุณาวาจํ ปหาย ละปิสุณาวาจา ดังต่อไปนี้ วาจาที่บุคคลพูดทำให้ เขารักตน ทำความส่อเสียดแก่ผู้อื่น ชื่อว่าปิสุณาวาจา. วาจาที่ทำความหยาบ ให้คนบ้าง ให้ผู้อื่นบ้าง แม้วาจาเองก็หยาบไม่เพราะหู ไม่สุขใจ ชื่อว่า ผรุสวาจา. บุคคลผู้กล่าวคำเพ้อเจ้อไม่มีประโยชน์ ชื่อว่าสัมผัปปลาปะ. แม้ เจตนาใดอันเป็นเหตุแห่งคำพูดเหล่านั้น ย่อมได้ชื่อว่าปิสุณาวาจาเป็นต้น เหมือนกัน เจตนานั้นท่านประสงค์เอาในที่นี้. บทว่า อิเมสํ เภทาย เพื่อ ทำลายคนหมู่นี้ คือเพื่อทำลายผู้ที่ฟังในสำนักของผู้ที่กล่าววาจาแต่สำนักนี้. บทว่า ภินฺนานํ วา สนฺธาตา สมานคนที่แตกกัน คือเมื่อมิตร สองคนหรือผู้ที่ร่วมอุปัชฌาย์กันเป็นต้น แตกกันด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง เข้าไปหาคน ๆ หนึ่ง แล้วกล่าวคำมีอาทิว่า การแตกกันนี้ไม่สมควรแก่
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka