จ ตณฺหาย รเสสุ นานุคิชฺฌติ ไม่มีการทำร้ายและไม่ติดในรสแห่ง
ตัณหา คือเป็นผู้ไม่มีวิโรธ เพราะไม่มีความโกรธและไม่ถึงความอยาก
ในรสอันเป็นรากเหง้าแห่งตัณหาเป็นต้น.
บทว่า เกน นุ โข เพราะอะไรหนอ คือความเป็นผู้ตกไปในความ
คิดถึงเหตุเพื่อจะได้ลาภ คือในการแสวงหาความริษยา. บทว่า ลาภาภิ-
นิพฺพตฺติยา เพราะความเกิดขึ้นแห่งลาภ คือเพราะความเกิดขึ้นแห่ง
ปัจจัย ๔ ด้วยความวิเศษ. บทว่า ลาภํ ปริปาเจนฺโต คือ เจริญงอกงาม
ในปัจจัย. บทว่า อตฺตทมตฺถาย เพื่อฝึกตน คือเพื่อฝึกตนด้วยปัญญา
อันสัมปยุตด้วยวิปัสสนา. บทว่า อตฺตสมตฺถาย เพื่อสงบตน คือเพื่อความ
ตั้งมั่นแห่งตนด้วยปัญญาอันสัมปยุตด้วยสมาธิ. บทว่า อตฺตปรินิพฺพา-
ปนตฺถาย เพื่อให้ตนปรินิพพาน คือเพื่อให้ตนปรินิพพานด้วยอนุปาทาปริ-
นิพพานของตนด้วยญาณแม้สองอย่าง. สมดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า อยู่ประพฤติ
พรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อนิพพานด้วยอนุปาทาปรินิพพาน.
บทว่า อปฺปิจฺฉญฺเว นิสฺสาย เพราะอาศัยความปรารถนาน้อย. ความ
ปรารถนาน้อย ในบทนี้มี ๔ อย่าง คือ ความปรารถนาน้อยในปัจจัย ๑
ความปรารถนาน้อยในอธิคม ๑ ความปรารถนาน้อยในปริยัติ ๑ ความ
ปรารถนาน้อยในธุดงค์ ๑. ความต่างกันแห่งความปรารถนาน้อยเหล่านั้น
มีพิสดารแล้วในหนหลัง. ติดแน่นอยู่กับความปรารถนาน้อยนั้น. บทว่า
สนฺตุฏฺิเยว ความสันโดษ คือติดแน่นอยู่กับความสันโดษ ๓ อย่างใน
ปัจจัย ๔. ความแจ่มแจ้งแห่งสันโดษเหล่านั้นมีพิสดารแล้วในหนหลัง.
บทว่า สลฺเลขญฺเว ได้แก่ ความขัดเกลากิเลส. บทว่า อิทมตฺถิตญฺเว
ความเป็นผู้มีความต้องการด้วยกุศลนี้ คือความที่บุคคลนั้นมีความต้องการ