แสวงหารสอันเลิศด้วยปลายชิวหาประสาท. บทว่า ปริเยสนฺตา คือ เที่ยว
แสวงหา. บทว่า อาหิณฺฑนฺติ คือ เที่ยวไปในที่นั้นๆ. บทว่า เต อมฺพิลํ
ลภิตฺวา อนนฺพิลํ ปริเยสนฺติ สมณพราหมณ์เหล่านั้น ได้รสเปรี้ยว
ก็แสวงหารสไม่เปรี้ยว คือได้รสเปรี้ยวมีเปรียงเป็นต้น ก็แสวงหารสไม่
เปรี้ยว. เปลี่ยนไปแล้ว ๆ เล่า ๆ อยู่ทั้งหมดอย่างนี้. บทว่า ปฏิสงฺขา
โยนิโส อาหารํ อาหาเรติ ภิกษุพิจารณาโดยแยบคายแล้วจึงฉันอาหาร
คือรู้ด้วยปัญญาเป็นเครื่องพิจารณาแล้วจึงฉันโดยอุบายแยบคาย.
บัดนี้เพื่อทรงแสดงอุบายอันแยบคาย จึงตรัสคำเป็นอาทิว่า เนว
ทวาย ดังนี้.
ในบทเหล่านั้น บทว่า เน หวาย คือ ไม่ฉันเพื่อเล่น. ในบทนั้น
นักฟ้อน นักกระโดด เป็นต้น ชื่อว่า บริโภค เพื่อประโยชน์ในการละเล่น.
จริงอยู่ การละเล่นอันได้แก่การฟ้อน การขับร้อง นักกลอน นักโศลก
ของผู้บริโภคอาหารใด ย่อมประสบความสำเร็จยิ่ง ๆ ขึ้น ชนเหล่านั้น
แสวงหาอาหารนั้นบริโภคโดยไม่ถูกต้องไม่เหมาะสม. แต่ภิกษุนี้มิได้ฉัน
อย่างนั้น. บทว่า น มทาย ไม่ฉันเพื่อเมา คือไม่ฉันเพื่อความเจริญแห่ง
ความเมาด้วยความถือตัวและความเมาแห่งบุรุษ. ในบทนั้น พระราชา
มหาอำมาตย์ของพระราชา ชื่อว่าบริโภคเพื่อความเมา. เพราะพระราชา
และมหาอำมาตย์เหล่านั้นบริโภคอาหารประณีต มีอาหารที่มีรสกลมกล่อม
เป็นต้น เพื่อต้องการความเจริญแห่งความเมาด้วยความถือตัว และความ
เมาแห่งบุรุษ. แต่ภิกษุนี้ไม่ฉันอย่างนั้น . บทว่า น มณฺฑนาย คือ ไม่
ฉันเพื่อตกแต่งร่างกาย. ในบทนั้น สตรีที่อาศัยรูปเลี้ยงชีพและชาววังจึงดื่ม
เนยใสและน้ำอ้อยเป็นต้น บริโภคอาหารละเอียดอ่อนและนุ่ม ด้วยหวังว่า