Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 66 หน้าที่ 116

เล่ม มมร. 66 หน้า 116 ข้อ 441
บทว่า อตฺตโน ทิฏฺิยา ราโค อภิชฺฌากายคนฺโถ ความกำหนัด ในทิฏฐิของตน ชื่อว่า กิเลสเครื่องร้อยรัดทางกายคืออภิชฌา ความว่า ความกำหนัด กล่าวคือความยินดีในทิฏฐิที่คนยึดถือ ชื่อว่า กายคันถะ (กิเลสเครื่องร้อยรัดทางกาย) คืออภิชฌา. บทว่า ปรวาเทสุ อาฆาโต อปฺปจฺจโย ความอาฆาต ความไม่ยินดีในวาทะของคนอื่น คือความโกรธ และอาการแสดงความไม่ยินดีในวาทะและการโต้วาทะของคนเหล่าอื่น ชื่อ ว่า กายคันถะ คือพยาบาท. บทว่า อตฺตโน สีลํ วา วตํ วา ศีลหรือ พรตของตน คือ ศีลอันได้แก่การเว้นจากเมถุนที่ตนยึดถือไว้ หรือพรต มีการประพฤติพรตเยี่ยงโคเป็นต้น. บทว่า สีลพฺพตํ วา หรือศีลและ พรตทั้งสองนั้น. บทว่า ปรามาโส การยึดถือ คือยึดถือจากอื่นด้วยคำ มีอาทิว่า ความบริสุทธิ์ย่อมมีด้วยสิ่งนี้. บทว่า อตฺตโน ทิฏฺิ อิทํ- สจฺจาภินิเวโส กายคนฺโถ ทิฏฐิของตน คือความถือมั่นว่าสิ่งนี้จริง ถือทิฏฐิที่คนยึดถือ ชื่อว่า กายคันถะ คือความยึดถือโดยไม่แยบยลว่า สิ่งนี้เท่านั้นจริง สิ่งอื่นเป็นโมฆะ ชื่อว่ากายคันถะ คือถือมั่นว่าสิ่งนี้จริง. บทว่า คนฺถา ตสฺส น วิชฺชนฺติ กิเลสเครื่องร้อยรัดทั้งหลาย ย่อมไม่ มีแก่บุคคลนั้น ได้แก่ทิฏฐิคันถะทั้งสองย่อมไม่มีแก่พระขีณาสพนั้นด้วย โสดาปัตติมรรค. พยาปาทกายคันถะ ย่อมไม่มีด้วยอนาคามิมรรค. อภิชฌากายคันถะ ย่อมไม่มีด้วยอรหัตมรรค. บัดนี้พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงสรรเสริญผู้เข้าไปสงบนั้น จึง ตรัสคำมีอาทิว่า น ตสฺส ปุตฺตา บุตรทั้งหลายย่อมไม่มีแก่บุคคลนั้น ดังนี้. ในบทเหล่านั้น บทว่า ปุตฺตา ได้แก่ บุตร ๔ จำพวก มีบุตรเกิดแต่ตน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka