Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 66 หน้าที่ 149

เล่ม มมร. 66 หน้า 149 ข้อ 485 486 487
[๔๘๕] คำว่า อรรถนั้นใด คือความไม่มีและความมี ความว่า ภวทิฏฐิก็ดี วิภวทิฏฐิก็ดี ก็มีผัสสะเป็นนิทาน. คำว่า อรรถนั้นใด คือ อรรถอย่างยิ่งใด เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า อรรถนั้นใด คือความไม่มีและ ความมี. [๔๘๖] คำว่า นั้น ในคำว่า ขอบอกอรรถนั้นว่า ผัสสะนี้เป็น นิทานแก่พระองค์ ความว่า อรรถที่พระองค์ตรัสถาม ขอให้บอก เชิญ ให้บอก ให้ประสาท. คำว่า ขอบอก คือขอตอบ บอก แสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนก ทำให้ตื้น ประกาศ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ขอบอกอรรถนั้น. . .แก่พระองค์. คำว่า มีผัสสะนี้เป็นนิทาน คือมีผัสสะ นี้เป็นนิทาน มีผัสสะเป็นสมุทัย มีผัสสะเป็นชาติ มีผัสสะเป็นแดนเกิด เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ขอบอกอรรถนั้นว่า มีผัสสะนี้เป็นนิทานแก่ พระองค์ เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสตอบว่า ความดีใจและความเสียใจ มีผัสสะเป็นนิทาน เมื่อ ผัสสะไม่มี ความดีใจและความเสียใจเหล่านั้นจึงไม่มี อรรถนั้นใด คือความไม่มีและความมี ข้าพระองค์ขอ บอกอรรถนั้นว่า มีผัสสะนี้เป็นนิทาน แก่พระองค์. [๔๘๗] (พระพุทธนิมิตตรัสถามว่า) ผัสสะในโลก มีอะไร เป็นนิทาน และความยึดถือมีมาแต่อะไร เมื่ออะไรไม่มี ความถือว่าของเราจึงไม่มี เมื่ออะไรไม่มี ผัสสะจึงไม่ ถูกต้อง.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka