[๔๘๕] คำว่า อรรถนั้นใด คือความไม่มีและความมี ความว่า
ภวทิฏฐิก็ดี วิภวทิฏฐิก็ดี ก็มีผัสสะเป็นนิทาน. คำว่า อรรถนั้นใด คือ
อรรถอย่างยิ่งใด เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า อรรถนั้นใด คือความไม่มีและ
ความมี.
[๔๘๖] คำว่า นั้น ในคำว่า ขอบอกอรรถนั้นว่า ผัสสะนี้เป็น
นิทานแก่พระองค์ ความว่า อรรถที่พระองค์ตรัสถาม ขอให้บอก เชิญ
ให้บอก ให้ประสาท. คำว่า ขอบอก คือขอตอบ บอก แสดง บัญญัติ
แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนก ทำให้ตื้น ประกาศ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า
ขอบอกอรรถนั้น. . .แก่พระองค์. คำว่า มีผัสสะนี้เป็นนิทาน คือมีผัสสะ
นี้เป็นนิทาน มีผัสสะเป็นสมุทัย มีผัสสะเป็นชาติ มีผัสสะเป็นแดนเกิด
เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ขอบอกอรรถนั้นว่า มีผัสสะนี้เป็นนิทานแก่
พระองค์ เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสตอบว่า
ความดีใจและความเสียใจ มีผัสสะเป็นนิทาน เมื่อ
ผัสสะไม่มี ความดีใจและความเสียใจเหล่านั้นจึงไม่มี
อรรถนั้นใด คือความไม่มีและความมี ข้าพระองค์ขอ
บอกอรรถนั้นว่า มีผัสสะนี้เป็นนิทาน แก่พระองค์.
[๔๘๗] (พระพุทธนิมิตตรัสถามว่า) ผัสสะในโลก มีอะไร
เป็นนิทาน และความยึดถือมีมาแต่อะไร เมื่ออะไรไม่มี
ความถือว่าของเราจึงไม่มี เมื่ออะไรไม่มี ผัสสะจึงไม่
ถูกต้อง.