Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 66 หน้าที่ 158

เล่ม มมร. 66 หน้า 158 ข้อ 506 507
ดังนี้ รูปจึงไม่มี ไม่เป็น ล่วงเลย ก้าวล่วง เป็นไปล่วง เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เมื่อบุคคลดำเนินอย่างนี้ รูปจึงไม่มี. ว่าด้วยธรรมเครื่องเนิ่นช้า [๕๐๖] คำว่า เพราะว่าส่วนแห่งธรรมเครื่องให้เนิ่นช้า มีสัญญา เป็นนิทาน ความว่า ธรรมเป็นเครื่องให้เนิ่นช้า คือตัณหา ทิฏฐิ มานะ เป็นธรรมมีสัญญาเป็นนิทาน มีสัญญาเป็นสมุทัย มีสัญญาเป็นชาติ มีสัญญา เป็นแดนเกิด เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เพราะว่าส่วนแห่งธรรมเป็นเครื่อง เนิ่นช้า มีสัญญาเป็นนิทาน เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า บุคคลไม่เป็นผู้มีสัญญาโดยสัญญาปกติ ไม่เป็นผู้มี สัญญาโดยสัญญาผิดปกติ ไม่เป็นผู้ไม่มีสัญญาและไม่ เป็นผู้ปราศจากสัญญา เมื่อบุคคลดำเนินอย่างนี้ รูปจึง ไม่มี เพราะว่าส่วนแห่งธรรมเป็นเครื่องให้เนิ่นช้า มี สัญญาเป็นนิทาน. [๕๐๗] (พระพุทธนิมิตตรัสถามว่า) ข้าพระองค์ได้ถูกถาม ธรรมใดแล้ว พระองค์ได้ทรงแถลงธรรมนั้นแก่ข้าพระองค์ แล้ว ข้าพระองค์จะขอทูลถามธรรมส่วนอื่นกะพระองค์ ขอเชิญพระองค์ตรัสบอกธรรมนั้น ก็สมณพราหมณ์บาง พวกอ้างตนเป็นบัณฑิตในโลกนี้ ย่อมกล่าวหมดจดแห่ง ยักษ์ด้วยอรูปสมาบัติเท่านี้หรือหนอ ว่าเป็นธรรมอันเลิศ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka