กัน เพราะอาศัยความดีใจและความเสียใจ กล่าวคือทั้งสองอย่างนั้น อัน
ได้แก่สุขเวทนาและทุกขเวทนา. ด้วยเหตุเพียงเท่านี้เป็นอันพระพุทธสมณะ
ทรงแก้ปัญหานี้ว่า ฉันทะในโลกมีอะไรเป็นนิทาน. บทว่า รูเปสุ ทิสฺวา
วิภวํ ภวญฺจ เห็นความไม่มีและความมีในรูปทั้งหลาย คือเห็นความเสื่อม
และความเกิดในรูปทั้งหลาย. บทว่า วินิจฺฉยํ กูรุเต ชนฺตุ โลเก สัตว์
เกิดย่อมทำความตัดสินในโลก คือสัตว์เกิดนี้ย่อมทำความตัดสินด้วยตัณหา
เพื่อให้ได้ลาภ และความตัดสินด้วยทิฏฐิ โดยนัยมีอาทิว่า อัตตาของเรา
เกิดแล้วดังนี้. ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ ก็เป็นอันพระพุทธสมณะทรงแก้ปัญหา
นี้ว่า แม้ความตัดสินเกิดมาแต่ไหน ดังนี้.
บทว่า สาตาสาตํ นิสฺสาย อาศัยความยินดีและความเสียใจ คือ
ทำอุปนิสัยให้ชุ่มชื่นและร่วงโรย. บทว่า อิฏฺานิฏฺํ ได้แก่ อารมณ์น่า
ปรารถนา และอารมณ์ไม่น่าปรารถนา. บทว่า สุรา ในบทนี้ว่า สุรา-
เมรยมชฺชปมาทฏฺานานุโยคํ ประกอบเนือง ๆ ในเหตุเป็นที่ตั้งแห่ง
ความประมาทในเพราะการดื่มน้ำเมา คือสุราและเมรัย สุรามี ๕ อย่าง
คือสุราทำด้วยแป้ง ๑ สุราทำด้วยขนม ๑ สุราทำด้วยข้าวสุก ๑ สุราใส่
น้ำเชื้อ ๑ สุราผสมด้วยเครื่องปรุง ๑. บทว่า เมรยํ ได้แก่ น้ำดอง ๕
อย่าง คือน้ำดองดอกไม้ ๑ น้ำดองผลไม้ ๑ น้ำดองดอกมะซาง ๑ น้ำดอง
น้ำอ้อยงบ ๑ น้ำดองผสมเครื่องปรุง ๑. แม้ทั้งหมดนั้นก็เป็นน้ำเมา ด้วย
ทำผู้อื่นให้เมา. บทว่า ปมาทฏฺานํ คือ เป็นเหตุแห่งความประมาท.
บทนี้เป็นชื่อของเจตนาของผู้ที่ดื่มน้ำเมานั้น. บทว่า อนุโยคํ ได้แก่
ประกอบเนือง ๆ ในเหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาทในเพราะการดื่มน้ำเมา