พิจารณา ซึ่งใครอื่นโดยความเป็นพาล เลว ทราม ต่ำช้า ลามก สกปรก
ต่ำต้อย ในเพราะทิฏฐิ คือความควร ความชอบใจ ลัทธิของตน เพราะ-
ฉะนั้น จึงชื่อว่า พึงเห็นใครอื่นว่าเป็นพาล ในเพราะทิฏฐินั้น.
[๕๙๕] คำว่า เจ้าทิฏฐินั้นกล่าวบุคคลอื่นว่าเป็นพาล มีความ
ไม่หมดจดเป็นธรรมดา พึงนำมาซึ่งความมุ่งร้ายเอง ความว่า เจ้าทิฏฐิ
นั้นว่า กล่าว บอก พูด แสดง แถลง อย่างนี้ว่า บุคคลอื่นเป็นพาล
เลว ทราม ต่ำช้า ลามก สกปรก ต่ำต้อย มีความไม่หมดจด ไม่หมดจด-
วิเศษ ไม่หมดจดรอบ ไม่ขาว เป็นธรรมดา พึงนำมา นำมาพร้อม
ถือมา ถือมาพร้อม ชักมา ชักมาพร้อม ถือ ยึดมั่น ถือมั่น ซึ่งความ
ทะเลาะ ความหมายมั่น ความแก่งแย่ง ความวิวาท ความทุ่มเถียง ด้วย
ตนเองแท้ ๆ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เจ้าทิฏฐินั้นกล่าวบุคคลอื่นว่าเป็นพาล
มีความไม่หมดจดเป็นธรรมดา พึงนำมาซึ่งความทุ่มเถียงเอง.
อนึ่ง เจ้าทิฏฐิเป็นผู้พูดยืนยันในธรรมอันเป็นทาง
ดำเนินของตน พึงเห็นใครอื่นว่า เป็นพาล ในเพราะ
ทิฏฐินั้น เจ้าทิฏฐินั้นกล่าวบุคคลอื่นว่า เป็นพาล มีความ
ไม่หมดจดเป็นธรรมดา พึงนำมาซึ่งความทุ่มเถียงเอง.
[๕๙๖] เจ้าทิฏฐินั้น ตั้งอยู่ในทิฏฐิที่ตกลงใจ นับถือเองแล้ว
ย่อมถึงความวิวาทในข้างหน้าในโลก ชันตุชนละทิฏฐิที่
ตกลงใจทั้งปวง ย่อมไม่ทำความบาดหมางในโลก.
[๕๙๗] คำว่า ตั้งอยู่ในทิฏฐิที่ตกลงใจ นับถือเองแล้ว ความว่า
ทิฏฐิ ๖๒ ประการ เรียกว่าทิฏฐิที่ตกลงใจ เจ้าทิฏฐิ ตั้งอยู่ ตั้งอยู่เฉพาะ