มีภพใหม่ต่อไป เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ไม่ปรารถนาความหมดจดและ
ความไม่หมดจด.
[๖๓๐] คำว่า เป็นผู้เว้นแล้ว ในคำว่า เป็นผู้เว้นแล้ว ไม่ยึด-
ถือทิฏฐิที่มีอยู่ พึงประพฤติไป ความว่า ละเว้น งดเว้น ออก สละ
พ้นขาด ไม่เกี่ยวข้อง ด้วยความหมดจดและความไม่หมดจด เป็นผู้มีจิต
ทำให้ปราศจากแดนกิเลสอยู่ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เป็นผู้เว้นแล้ว. คำว่า
พึงประพฤติไป ความว่า พึงประพฤติ พึงเที่ยวไป ผลัดเปลี่ยน ดำเนิน
ไป รักษา บำรุง เยียวยา เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เป็นผู้เว้นแล้ว ...
พึงประพฤติไป. คำว่า ไม่ยึดถือทิฏฐิที่มีอยู่ คือทิฏฐิ ๖๒ เรียกว่าทิฏฐิ
ที่มีอยู่ ไม่ถือ ไม่ยึดมั่น ไม่ถือมั่นทิฏฐิที่มีอยู่ พึงประพฤติไป เพราะ-
เหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสตอบว่า
อริยสาวกละศีลและพรตทั้งปวง ละกรรมนั้นอันเป็น
สาวัชชกรรมและอนวัชชกรรม ไม่ปรารถนาความหมดจด
และความไม่หมดจด เป็นผู้เว้นแล้ว ไม่ยึดถือทิฏฐิที่มีอยู่
พึงประพฤติไป.
[๖๓๑] พวกสมณพราหมณ์อาศัยตบะที่เกลียดชังนั้น อาศัย
รูปที่เห็น เสียงที่ได้ยิน หรืออารมณ์ที่ทราบ ผู้กล่าวความ
หมดจดในสงสารข้างหน้า ยังไม่ปราศจากตัณหาในภพ
น้อยภพใหญ่ ย่อมพร่ำพูดถึงความหมดจด.
[๖๓๒] คำว่า พวกสมณพราหมณ์อาศัยตบะที่เกลียดชังนั่น
ความว่า มีสมณพราหมณ์บางพวก มีวาทะเกลียดชังตบะ มีความเกลียด