[๖๔๑] สมณพราหมณ์บางพวกกล่าวธรรมใดว่า เป็นเยี่ยม
แต่สมณพราหมณ์พวกอื่น ก็กล่าวธรรมนั้นนั่นแหละว่า
เลว วาทะของสมณพราหมณ์เหล่านี้ วาทะไหนจะจริง
เล่า เพราะสมณพราหมณ์เหล่านี้ทั้งหมด ต่างก็อ้างตน
ว่าเป็นผู้ฉลาด.
[๖๔๒] คำว่า สมณพราหมณ์บางพวกกล่าวธรรมใดว่า เป็น
เยี่ยม ความว่า สมณพราหมณ์เหล่าหนึ่งกล่าว บอก พูด แสดง แถลง
ซึ่งธรรม คือทิฏฐิ ปฏิปทา มรรคใด อย่างนี้ว่า ธรรมนี้เป็นเยี่ยม เลิศ
ประเสริฐ วิเศษ เป็นประธาน อุดม บวร เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า
สมณพราหมณ์บางพวกกล่าวธรรมใดว่า เป็นเยี่ยม.
[๖๔๓] คำว่า แต่สมณพราหมณ์พวกอื่นก็กล่าวธรรมนั้นนั่น-
แหละว่าเลว ความว่า สมณพราหมณ์อีกพวกหนึ่งกล่าว บอก พูด แสดง
แถลงซึ่งธรรม คือทิฏฐิ ปฏิปทา มรรคนั้นนั่นแหละ อย่างนี้ว่า ธรรมนี้
เลว ทราม ต่ำช้า ลามก สกปรก ต่ำต้อย เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า แต่
สมณพราหมณ์พวกอื่น ก็กล่าวธรรมนั้นนั่นแหละว่า เลว.
[๖๔๔] คำว่า วาทะของสมณพราหมณ์เหล่านี้ วาทะไหนจะ
จริงเล่า ความว่า วาทะของสมณพราหมณ์เหล่านี้ วาทะไหนจริง แท้
แน่ เป็นจริง เป็นยามจริง ไม่วิปริต เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า วาทะของ
สมณพรหมณ์เหล่านี้ วาทะไหนจะจริงเล่า.
[๖๔๕] คำว่า เพราะสมณพราหมณ์เหล่านี้ทั้งหมด ต่างก็อ้าง
ตนว่าเป็นผู้ฉลาด ความว่า เพราะสมณพราหมณ์เหล่านี้ทั้งปวงต่างก็อ้าง
ตนว่าเป็นผู้ฉลาด อ้างตนเป็นบัณฑิต อ้างตนเป็นธีรชน อ้างตนเป็นผู้มี