Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 66 หน้าที่ 237

เล่ม มมร. 66 หน้า 237 ข้อ 649 650 651
ต่ำช้า ลามก สกปรก ต่ำต้อย เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า แต่กล่าวธรรม ของสมณพราหมณ์อื่นว่าเลว. [๖๔๙] คำว่า ถือทิฏฐิแม้อย่างนี้แล้ว ย่อมวิวาทกัน ความว่า ถือ ยึดถือ ถือมั่น ยึดมั่น ซึ่งทิฏฐิอย่างนี้แล้ว ย่อมวิวาทกัน คือย่อม ทำความทะเลาะกัน ทำความหมายมั่นกัน ทำความแก่งแย่งกัน ทำความ วิวาทกัน ทำความทุ่มเถียงกันว่า ท่านไม่รู้ธรรมวินัยนี้ ฯลฯ หรือจงแก้ ไขเพื่อปลดเปลื้องวาทะ ถ้าทานสามารถ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ถือทิฏฐิ แม้อย่างนี้แล้ว ย่อมวิวาทกัน. [๖๕๐] คำว่า กล่าวทิฏฐิของตน ๆ ว่าจริง ความว่า กล่าวว่า โลกเที่ยง ฯลฯ สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเป็นอีกก็หามิได้ ย่อมไม่ เป็นอีกก็หามิได้ สิ่งนี้แหละจริง สิ่งอื่นเปล่า เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า กล่าวทิฏฐิของตน ๆ ว่าจริง เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัส ตอบว่า ก็สมณพราหมณ์บางพวก กล่าวธรรมของตนว่า บริบูรณ์ แต่กล่าวธรรมของผู้อื่นว่าเลว พวกสมณ- พราหมณ์ถือทิฏฐิแม้อย่างนี้แล้ว ย่อมวิวาทกัน พวก สมณพราหมณ์กล่าวทิฏฐิของตน ๆ ว่าจริง. [๖๕๑] หากว่าบุคคลย่อมเป็นคนเลว เพราะคำที่ผู้อื่นตำหนิ ไซร้ ใคร ๆ ก็ไม่พึงเป็นผู้วิเศษในธรรมทั้งหลาย เพราะ ว่า ปุถุชนย่อมกล่าวธรรมของผู้อื่นโดยความเป็นธรรมเลว
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka