[๗๒๒] คำว่า นตฺถิ ในคำว่า อัตตทิฏฐิ หรือนิรัตตทิฏฐิ ย่อม
ไม่มีแต่ที่ไหน ๆ ดังนี้ เป็นปฏิเสธ. คำว่า อัตตทิฏฐิ คือสัสสตทิฏฐิก็ไม่มี
คำว่า นิรัตตทิฏฐิ คืออุจเฉททิฏฐิก็ไม่มี ความถือว่าตนย่อมไม่มี ความ
ปล่อยว่าไม่มีตนก็ไม่มี ความถือไม่มีแก่ภิกษุใด ความปล่อยก็ไม่มีแก่ภิกษุ
นั้น ความปล่อยไม่มีแก่ภิกษุใด ความถือก็ไม่มีแก่ภิกษุนั้น ภิกษุผู้เป็น
อรหันต์ ก้าวล่วงความถือและความปล่อยเสียแล้ว ล่วงเลยความเจริญ
และความเสื่อมเสียแล้ว ภิกษุนั้นอยู่จบพรหมจรรย์แล้ว มีจรณะอัน
ประพฤติแล้ว ฯลฯ ภิกษุนั้นมิได้มีความเกิดใหม่ต่อไป เพราะฉะนั้น
จึงชื่อว่า อัตตทิฏฐิ หรือนิรัตตทิฏฐิ ย่อมไม่มีแต่ที่ไหนๆ เพราะเหตุนั้น
พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสตอบว่า
ภิกษุพึงสงบกิเลสเป็นภายในนี้แหละ ไม่พึงแสวงหา
ความสงบโดยทางอื่น เมื่อภิกษุสงบกิเลสเป็นภายในแล้ว
อัตตทิฏฐิหรือนิรัตตทิฏฐิ ย่อมไม่มีแต่ที่ไหน ๆ.
[๗๒๓] คลื่นย่อมไม่เกิดในท่ามกลางแห่งสมุทร สมุทรสงบ
อยู่ฉันใด ภิกษุพึงเป็นผู้หยุดอยู่ ไม่มีความหวั่นไหว
ฉันนั้น ภิกษุไม่ควรทำกิเลสเครื่องฟูขึ้นในที่ไหนๆ.
[๗๒๔] คำว่า คลื่นย่อมไม่เกิดในท่ามกลางแห่งสมุทร สมุทร
สงบอยู่ฉันใด ความว่า โดยส่วนลึก สมุทรลึก ๘๔,๐๐๐ โยชน์ น้ำข้าง
ล่าง ๔๐,๐๐๐ โยชน์ ย่อมหวั่นไหวเพราะปลาและเต่าทั้งหลาย น้ำข้างบน
๔๐,๐๐๐ โยชน์ ย่อมหวั่นไหวเพราะลม น้ำระหว่างกลาง ๔๐,๐๐๐ โยชน์