ประกอบเนือง ๆ ในกุศลนั้นว่า เมื่อไร เราพึงกำหนดรู้ทุกข์ที่ยังไม่
กำหนดรู้ เราพึงละกิเลสทั้งหลายที่ยังละไม่ได้ เราพึงยังมรรคที่ยังไม่เจริญ
ให้เจริญ หรือว่าเราพึงทำให้แจ้งซึ่งนิโรธที่ยังไม่ทำให้แจ้ง ดังนี้ ชื่อว่า
ความไม่ประมาทในธรรมทั้งหลายฝ่ายกุศล. เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า พึง
เว้นจากความคะนอง ไม่พึงประมาท.
[๗๔๙] บทว่า อถ ในคำว่า และภิกษุพึงอยู่ในที่นั่ง ในที่นอน
ที่มีเสียงน้อย เป็นบทสนธิ ฯลฯ ภิกษุย่อมนั่งในที่ใด ที่นั้นเรียกว่าที่
นั่ง ได้แก่ เตียง ตั่ง ฟูก เสื่อ ท่อนหนัง เครื่องลาดหญ้า เครื่อง
ลาดใบไม้ เครื่องลาดฟาง เสนาสนะเรียกว่าที่นอน ได้แก่ วิหาร เรือน
หลังคาแถบเดียว ปราสาทเรือนมีหลังคาโล้น. ถ้ำ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า
ในที่นั่ง ในที่นอน. คำว่า ภิกษุพึงอยู่ ...ที่มีเสียงน้อย ความว่า ภิกษุ
พึงเที่ยวไป ยับยั้งอยู่ เปลี่ยนอิริยาบถ ประพฤติ รักษา บำรุง เยียว า
ในเสนาสนะที่มีเสียงน้อย คือมีเสียงกึกก้องน้อย ปราศจากชนผู้สัญจรไป
มา ควรทำกรรมลับของมนุษย์ สมควรแก่การหลีกออกเร้น เพราะฉะนั้น
จึงชื่อว่า และภิกษุพึงอยู่ในที่นั่ง ในที่นอน ที่มีเสียงน้อย. เพราะเหตุ
นั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสตอบว่า
ภิกษุพึงเป็นผู้มีฌาน ไม่พึงเป็นผู้โลเลเพราะเท้า พึง
เว้นจากความคะนอง ไม่พึงประมาทและพึงอยู่ในที่นั่ง
ในที่นอน ที่มีเสียงน้อย.
[๗๕๐] ภิกษุไม่พึงทำความหลับให้มาก พึงมีความเพียร
ซ่องเสพความเป็นผู้ตื่น พึงละเว้นความเกียจคร้าน ความ