ปณฺฑิเตหิ ด้วยบัณฑิตเหล่าอื่น คือด้วยผู้ถึงพร้อมด้วยความรู้เหล่าอื่น.
บทว่า สํสยปกฺขนฺโน๑ บุคคลผู้แล่นไปสู่ความสงสัย คือเข้าไปสู่ความ
สนเท่ห์.
บทว่า มนุสฺสปุจฺฉา คือ คำถามของมนุษย์ทั้งหลาย. บทว่า
อมนุสฺสปุจฺฉา คือ คำถามของอมนุษย์ มีนาคและครุฑเป็นต้น. บทว่า
คหฏฺา คือ คฤหัสถ์ที่เหลือ.
บทว่า ปพฺพชิตา บรรพชิตทั้งหลายกล่าวโดยเพศ. บทว่า นาคา
ได้แก่ นาค ชื่อว่าสุปัสสะเป็นต้น . บทว่า สุปณฺณา ครุฑ พึงทราบ
โดยที่รู้จักกันว่าเป็นครุฑ. บทว่า ยกฺขา พึงทราบโดยที่รู้จักกันว่าเป็น
ยักษ์. บทว่า อสุรา ได้แก่ อสูรทั้งหลาย มีปหาราทอสูรเป็นต้น.
บทว่า คนฺธพฺพา ได้แก่ พวกคนธรรพ์มีบุตรคนธรรพ์ ชื่อว่า ปัญจสิกขะ
เป็นต้น. บทว่า มหาราชาโน ได้แก่ มหาราชทั้ง ๔.
บทว่า อหินินฺทฺริยํ มีอินทรีย์ไม่เลว คือมีอินทรีย์ไม่วิการ.
บทว่า โส นิมฺมิโต คือ พระพุทธเจ้า อันพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเนรมิต.
บทว่า โวทานตฺถปุจฺฉา การถามถึงประโยชน์แห่งธรรมขาว คือถาม
ธรรมอันวิเศษ. บทว่า อตีตปุจฺฉา การถามถึงส่วนอดีต คือการถาม
ปรารภธรรมอันเป็นอดีต. แม้ในธรรมอันเป็นอนาคต ก็มีนัยนี้เหมือนกัน.
บทว่า กุสลปุจฺฉา ถามถึงกุศลธรรม คือถามธรรมที่ไม่มีโทษ.
บทว่า อกุสลปุจฺฉา ถามธรรมที่เป็นอกุศล คือถามธรรมที่มีโทษ. บทว่า
อพฺยากตปุจฺฉา ถามถึงอัพยากตธรรม คือถามถึงธรรมอันตรงกันข้าม
กับธรรมทั้งสองนั้น. บทว่า อชฺเฌสามิ ตํ คือ ข้าพระองค์ขอวิงวอน
พระองค์. บทว่า กถยสฺสุ เม คือ ขอพระองค์ได้โปรดตรัสบอกธรรม
๑. ม. สํสยปกฺขนฺโท.